สวัสดีเช้าวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 ครับเพื่อนพ้องน้องพี่ เช้าวันนี้มานั่งเขียนเรื่องลงใน welovebug ก่อนที่จะเริ่มงานประจำวัน โดยใช้ชื่อออกแนวปลุกใจเล็กน้อยว่า “We are Tester” อันสืบเนื่องมาจากเมื่อค่ำคืนที่ 23 กุมภาพันธ์ ผมได้คุยกับคุณโอ (Ekaluck) ทาง MSN และชอบประโยคที่คุณโอใช้เป็นหัวของ MSN
I don’t make software, I make it better.
ได้อ่านแล้วมันโดนมากๆ ครับ กับผมที่ทำงานเป็น Software Tester มาตลอด 5 ปีนี้ แม้ ณ ตอนนี้หน้าที่การงานจะไม่ได้ลงมือไปทำการ Test เอง แต่ผมก็ยังเป็น Software Tester
ตลอดระยะเวลาการทำงานบทบาทของ Software Tester ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ค่อยมีใครจะรู้จักว่า Software Tester คือใคร? มีหน้าที่ทำอะไร? ไม่ว่าจะเป็นในองค์กรขนาด ใหญ่ กลาง และเล็ก จะมีเพียงบางองค์กรที่มีทีม Test อย่างเป็นจริงเป็นจัง และก็จะเป็นองค์กรที่มีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศโดยส่วนใหญ่ ซึ่งองค์กรเปล่านั้นเห็นความสำคัญในเรื่องของคุณภาพ (Quality) อย่างจริงจัง รวมทั้ง Cost ที่จะเกิดขึ้นตามหลังมาเนื่องจาก Defects หรือ Bugs ที่มีอยู่ Software หรือ Product นั้นๆ
Software Tester เข้ามามีส่วนช่วยในการลด Defects หรือ Bugs ตัวใหญ่ๆ ตัวโตๆ ที่จะมีผลกระทบกับ Software และผู้ใช้งาน รวมทั้งเพิ่มระดับความมั่นใจให้กับ Software หรือ Product นั้นๆ ถ้าอธิบายกันให้เห็นภาพแบบง่ายๆ
คุณภาพ (Quality) ส่วนตัวผมมองว่ามันเป็น นามธรรม วัดจากความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ของสิ่งเดียวกัน ผมอาจจะมองว่าไม่มีคุณภาพ ในขณะที่หลายๆ คนกลับบอกว่า มันมีคุณภาพ แล้ว เช่นเดียวกัน เรื่องของ คุณภาพของ Software หรือ Product ของแต่ละองค์กร ก็ไม่ได้ต่างอะไรออกไปมากมายนัก Software Tester หลายๆ คน อาจจะเหน็ดเหนื่อย ท้อใจ ที่จะต้องต่อสู้กับ แรงต้านที่ การไม่ยอมรับ และ ego ที่เกิดขึ้น จากหลากหลาย บุคคล และทีม ที่ร่วมในการพัฒนา Software หรือ Product นั้นๆ
Software Tester เป็นงานที่เกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่ หลายๆ คน หลายๆ ทีม จะเกิดอาการต่อต้าน เพราะกำลังจะถูกตรวจสอบ เลยต้องขอตั้งกำแพงสักหน่อย หมกๆ ปิดๆ แอบๆ บังๆ Defects หรือ Bugs หรือ ปัญหาต่างๆ ไว้ ซึ่งหารู้ไม่ว่านั่นไม่ได้ต่างอะไรกับ ระเบิดเวลา ที่นาฬิกากำลังเดินไปอย่างช้าๆ จนครบ และ ตูม!!!
Defects หรือ Bugs ที่มีอยู่ใน Software หรือ Product, Software Tester ช่วยเข้ามาหาให้เจอ และแจ้งกลับไปเพื่อให้ดำเนินการแก้ไข เพื่อลดจำนวน และความรุ่นแรงของผลกระทบที่จะเกิดจาก Defects หรือ Bugs พวกนั้นลง จากที่เป็น ระเบิดเวลา ระเบิดดัง ตูม!!! ก็จะลดลงเหลือแค่ ประทัด เท่านั้นครับ
เย็นวันศุกร์ เวลา 17:35น. เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
“พี่มีคำถามจะถาม เอ๋ กับ อ้อ” ผมพูดกับน้อง Tester ทั้งสอง
เอ๋ และอ้อ มองหน้าด้วยความสงสัย
“ถ้าวันหนึ่ง Software ที่ขึ้น Production ไป แล้ว Product Owner ส่ง mail มาขอบคุณทุกๆ คนที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีชื่อของทีมเราอยู่ในนั้น ทั้งๆ ที่เรารู้ทั้งรู้ว่า Bugs กระจายเลย กว่าจะหา กว่าจะแก้ได้หมด เหนื่อยกันมากมาย เราสองคนจะรู้สึกยังไง” ผมถาม
“เฉย ๆ ค่ะ ก็รู้ ๆ ว่า มันดี หรือ ไม่ดี เพราะอะไร เราได้ร่วมโชว์เหนือไปแล้วตอนไหน” เอ๋ตอบ
“ทำงานของเราต่อไปนะพี่ เรารู้ว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร” อ้อตอบ
May the force be with you, Tester.

รูปจาก http://www.cafepress.com/
6 Responses to We are Tester
jiramot
February 24th, 2010 at 12:04 pm
ชอบเสื้อนี้จัง ^^
uberVU - social comments
February 24th, 2010 at 12:13 pm
Social comments and analytics for this post…
This post was mentioned on Twitter by welovebug: [Blog]: We are Tester http://bit.ly/c9TuvL #welovebug…
Zyracuze
February 24th, 2010 at 1:15 pm
555 ชอบเหมือนกันครับ เลยหยิบเอามาใช้ครับ
Neopom
March 19th, 2010 at 10:54 am
Nice Shirt ครับ
Danai191
January 14th, 2011 at 3:31 pm
ดีครับ
พอดีจะทำโปรเจคเกี่ยวกัย software testing พอจะให้คำปรึกษาได้มั้ยครับ
Danai191
January 18th, 2011 at 2:38 am
คือ หัวข้อที่ทำ คือ เป็นการสร้างกรณีทดสอบจากแผนภาพกระแสข้อมูล(DFD)อะครับ
ตอนนี้ก็ดูเรื่องการสร้างกรณีทดสอบจากยูสเคสอยุ่ครับเพื่อเป็นตัวอย่าง
คือผมอยากทราบว่าถ้าเราจะเอาข้อมูลจากDFDเช่น input output ค่าตัวแปรมาแปลงให้เป็น TESTCASTอะครับ มันต้องทำงัยบ้างครับ
พอจะมีแนวทางมั้ยครับ