หลังจากที่ได้อ่านบทความของ K.Nutdanai เรื่อง “จะรู้ได้ยังไงว่าเราทำ Test ได้ดีพอรึยัง วิธีง่ายๆในการวัด Effectiveness และ Efficiency ของการ Test” แล้ว ครั้งแรกที่ได้อ่านก็ไม่ได้คิดสงสัยอะไรค่ะ แต่เมื่อจะลองนำมาใช้งานจริงแล้วก็ ทำให้เกิดความสงสัยอันมากล้นบวกกับการคุยกันในทีมแล้วพบข้อสงสัยจนยากจะยุติลงได้(เกริ่นซะเว่อร์กันทีเดียว) เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว คงไม่มีวิธีใดจะดีกว่าการได้รับข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

ทั้งนี้ จึงขออนุญาตตั้งหัวข้อเรื่องใหม่เลยก็แล้วกันนะค่ะ เพื่อที่จะเป็นอีกส่วนนึงที่จะอธิบาย / ขยายความเพิ่มเติม รวมทั้งอาจเป็นที่แชร์ประสบการณ์ สำหรับหลาย ๆ ท่าน ที่ได้ลองนำไปใช้จริงกันแล้วว่ามีความคิดเห็นกันประการใดนะค่ะ


Test Effectiveness

DDP (Defect Detection Percentage) เป็นการวัดประสิทธิภาพในการหา Bug ของ Tester เทียบกับจำนวน Bug ทั้งหมดที่มีใน Software

สูตรง่ายๆ ของวิธีการวัด DDP
[ จำนวน Bug ที่ Tester หาเจอในโปรเจคก่อน Release / (จำนวน Bug ที่ Tester หาเจอในโปรเจคก่อน Release + จำนวน Post Release Bug ที่ลูกค้ารีพอร์ตเข้ามา) ] * 100

ตัวอย่าง
ในโปรเจคหนึ่ง Tester เจอบั๊ก 10 ตัว และหลังจากที่ Release Product ออกไปหกเดือน ลูกค้ารีพอร์ต Bug เข้ามา 5 ตัว ฉะนั้นค่า

DDP = [10/(10+5)]*100 = 66%

จากการคำนวณ Test Effectiveness นี้ จำนวน Bug ที่นำมาใช้ในการคำนวณนั้น จะไม่ได้มีการแบ่งระดับความรุนแรงของ Bug แต่ละข้อ ซึ่งทำให้

  • Project A :-
    พบ Defect ดังนี้ High 2 , Meduim 3 , Low 5
    DDP = [5/(10+2)]*100 = 41.66%
  • Project B :-
    พบ Defect ดังนี้ High 5 , Meduim 2 , Low 5
    DDP = [5/(12+0)]*100 = 41.66%

จากข้างต้นจะพบว่า Tester ทั้ง 2 คน มี Test Effectiveness เท่ากัน แต่ทางผู้เขียนเอง มีแนวคิดว่า หากสามารถทราบได้ด้วยว่า Test Effectiveness นั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับความรุนแรงของ Defect ที่พบแล้วเป็นอย่างไรบ้าง คงจะดีไม่น้อยค่ะ

Test Efficiency

วิธีการคำนวณ
Test Efficiency = Effort ที่ใช้ทั้งหมดในการทำเทส / จำนวนของ Bug ที่ Tester พบ

อยากให้อธิบายเพิ่มเกี่ยวกับ “Effort ที่ใช้ทั้งหมดในการทำเทส” ด้วยค่ะ ว่าในส่วนนี้เริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด นำเวลาในการทำงานส่วนใด หรือ Phase ไหนมาคิดบ้างค่ะ

อย่างไรก็ดี รบกวนทุก ๆ ท่าน พี่ ๆ น้อง ๆ ชาว We Love Bug ช่วยแนะนำ้ หรือ แชร์ประสบการณ์กันได้เลยค่ะ ฝากทิ้งท้ายบทความนี้ ด้วยข้อความนึง

Efficiency แปลว่า ประสิทธิภาพ = Doing the thing right
Effectiveness แปลว่า ประสิทธิผล = Doing the right thing

เครดิต : K. รถร่วม