กลับมาอีกครั้ง กับภาคต่อของ Test Process (หุหุ)  ซึ่งได้ดำเนินมาถึงขั้นตอนของการทำ Test Design และ  เตรียม Test Data กันแล้ว  คราวนี้ ก็พร้อมกันแล้วสิค่ะ  ที่เราจะเข้าสู่กระบวนการของ Test Execution กันต่อเลยค่ะ

ซึ่งขั้นตอนนี้  ก็เป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญมาก ๆ ทีเดียวค่ะ  ซึ่งในมุมมองของผู้เขียนแล้ว  ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของ Test Process ย่อมสำคัญทั้งสิ้น  และจะมีความสัมพันธ์ หรือ ส่งผลต่อส่วนต่อ ๆ ไปของ Test Process ได้ทั้งหมดเลยค่ะ

เอาล่ะสิค่ะ  คราวนี้ได้เวลาลงมือ ลงแรง หน้ามัน หัวฟูกันอีกรอบแล้วค่ะ  ซึ่งใน Phase นี้  ผู้เขียนมองว่า เป็น ช่วงเวลา rush hours ทีเดียวค่ะ  แต่ก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะเราได้เตรียมตัวในกระบวนการของ Test Design and Preparation กันมาแล้วค่ะ  พร้อมกันแล้ว ก็ลุยกันเลยค่ะ

Test Execution

photo by kccorporatetraining.com

Purpose

ทำการทดสอบระบบตามรูปแบบการทดสอบที่จัดเตรียมไว้ ด้วยชุดข้อมูล(Test Data) และ โครงสร้างต่าง ๆ (Test Envorionment) ของระบบตามที่กำหนดไว้

Entry Criteria

  • ทีมผู้พัฒนาทำการ Demo ระบบให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
  • ทีมที่เกี่ยวข้องทำการแจ้งยืนยันความพร้อมของระบบเรียบร้อยแล้ว

Process

  • ก่อนอื่นทาง Test Team จะทำการจัดให้มีการ Demo ระบบให้กับทีมผู้เกี่ยวข้องก่อนค่ะ  ซึ่งในส่วนนี้ จะทำให้ทั้งทีมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้เห็นภาพรวมของระบบจริง ๆ กันก่อนค่ะ
  • ทาง Test Team จะทำการตรวจสอบความพร้อมของระบบก่อนที่จะทำการทดสอบระบบค่ะ  ในส่วนนี้ ทาง Test Team จะทำการตรวจสอบในเบื้องต้นเท่านั้นค่ะ
  • เมื่อ คนพร้อม ระบบพร้อม ข้อมูลพร้อม  ก็เริ่มลงมือเข้าสู่กระบวนการ Test Execution ตามรูปแบบที่เราได้ทำ Test Design และ Test Data ที่เตรียมกันไว้แล้วใน Phase 2  กันได้เลยค่ะ
  • จากนั้น เข้าสู่กระบวนการที่ลุ้นระทึกกันแล้วค่ะ  เมื่อทดสอบระบบไปแล้ว พบปัญหาใด ๆ ซึ่งแต่ละที่อาจจะเรียกแตกต่างกันออกไป  อาจเป็น Bug , Error ,….  ผู้เขียนขอใช้คำว่า defect ละ่กันนะค่ะ  เราก็ทำการ Record ไว้ทันทีเลยนะค่ะ  และทำการส่ง Defect หรือ ปัญหาในการใช้งานนั้น ๆ ผ่าน ระบบ Defects Tracking กันได้เลยค่ะ
  • เมื่อทาง Test Team ทำการทดสอบระบบเรียบร้อยแล้ว  จะทำการ Review Defects กับทีมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้งค่ะ  เพื่อสรุปภาพรวมให้ทุกทีมได้ทราบอย่างทั่วถึงกัน

Exit Criteria

  • เมื่อทาง Test Team ดำเนินการต่าง ๆ แล้วดังนี้
    • ดำเนินการทดสอบตาม Test Case เรียบร้อยแล้ว
    • ดำเนินการส่งรายงานปัญหาต่าง ๆ ผ่านระบบ Mantis เรียบร้อยแล้ว
    • ดำเนินการ Review Defects ต่าง ๆ กับทีมที่เกี่ยวข้อง

จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น  สำหรับ Phase นี้  จะเน้นหนักไปทางการลงมือทดสอบ  แต่ในการทดสอบนั้น จะทำอย่างไรให้รวดเร็ว และ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่เตรียมไว้ ทั้งในส่วนของเวลาทดสอบ, รูปแบบการทดสอบ, …  นั้นคงเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งกว่า  การนำ Tool หรือ ระบบ Tracking ต่าง ๆ  มาใช้ในส่วนนี้  ถือว่าเป็นอีกส่วนที่สำคัญเช่นกันน่ะค่ะ  ทั้งนี้ ขอกล่าวเพิ่มเติมอย่างย่อ ๆ ดังนี้ค่ะ

  • Test Tool
    ในส่วนนี้ ขอกล่าวโดยรวมทั้งในการทดสอบแบบ Automate Testing  , Performance Testing  เลยนะค่ะ  ทั้งนี้ การเลือก Tool เพื่อนำมาใช้  คงต้องขึ้นอยู่กับรูปแบบของ Software เป็นหลักค่ะ
  • Defects Tracking
    ระบบ Tracking ในส่วนของ Defect นั้น  ก็มีอยู่หลากหลายให้เืลือกใช้ค่ะ  ซึ่งตามที่ผู้เขียนได้ลองนำมาใช้  ตั้งแต่ในรูปของ Document file มาจนถึงระบบ Defects Tracking เช่น Bugzilla , Mantis พบว่า การใช้งานนั้นไม่แตกต่างกันมากนัก  คงต้องเลือกตามความเหมาะสม หรือ ความต้องการของท่าน ๆ เหล่า Tester มากกว่าค่ะ
  • Other
    ในส่วนนี้ ขอแนะนำในส่วนของการบันทึกผลของ Defects ค่ะ  เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว  การส่งรายงานปัญหา (Defect) ที่พบ ในรูปแบบของข้อความอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอ  ซึ่งทำให้ ต้องมีการเพิ่มในส่วนของรูปภาพ โดยใช้โปรแกรม Snap shot ต่าง ๆ  หรือ Clip VDO  (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Testing and Recording Defect with Video Clip) เข้าไปด้วย  ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้นค่ะ

หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบใน Phase นี้กันแล้ว  อย่าลืมลองนำ Effort ต่าง ๆ มาคำนวน Effectiveness และ Efficiency ของการ Test กันเล่น ๆ กันบ้่าง ว่าเป็นอย่างไรกันบ้างนะค่ะ  *v*

อ่านบทความเกี่ยวกับ Test Process เพิ่มเติม :-