ต่อยอดจากคราวก่อนนะครับ วันนี้ี้เรามาคุยรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ สอง Testing Certificate ขั้นพื้นฐานที่สอบได้ในเมืองไทย คือ
- Foundation Certificate in Software Testing ของ ISEB/ISTQB
- CSTE (Certified Software Tester) ของ QAI
หัวข้อที่จะมาเปรียบเทียบ Benchmark กันแบบย่อๆสำหรับสองcertificate นี้กันวันนี้ มีดังนี้ครับ
1. หัวข้อในการสอบและปริมาณของเนื้อหา
2. Format ของการสอบ
3. ความยากง่ายของข้อสอบ
4. ข้อมูลการสมัครสอบ
5. สถานที่สอบ และความถี่ที่สอบได้
6. ข้อมูลเตรียมตัวสำหรับการสอบ
… (ถ้าพร้อมแล้ว click Read More ข้างล่าง แล้วเข้าไปลุยกันเลยครับ) …
1. หัวข้อในการสอบและปริมาณของเนื้อหา
ทั้งหัวข้อและปริมาณเนื้อหา ของ CSTE จะค่อนข้างมากกว่ามากครับ ของ ISEB Foundationครับ
จะเห็นได้ว่าของ ISEB จะค่อนข้าง high level ในขณะที่ของ CSTE จะมีการลง details ใน UAT และ Test Management ที่มากกว่า แล้วก็ยังมีเนื้อหาเพิ่มเติมเฉพาะเจาะจงในหัวข้ออย่าง Testing New Technologies หรือ Testing software developed by outside organizations อีกด้วย ซึ่งจะให้มุมมองที่กว้างกว่าการทำ test product ของที่เป็นของบริษัทเราเองอาจเป็น software ที่ develop โดย outsource หรือ เป็นรูปแบบ offshore development/testing ก็ได้ ส่วนเรื่องปริมาณ ก็สัมพันธ์กับเนื้อหาครับ แต่อย่างที่บอกของ CSTE เนื้อหาบางอันลงลึกมาก สรุปปริมาณของ CSTEก็ฟาดไป 500กว่าหน้า ส่วน ISEB แค่70กว่าหน้าเองครับ อันนี้เป็น link ของ เนื้อหาที่คลุมสอบล่าสุดของ ISEB (Syllabus)
http://www.istqb.org/downloads/syllabi/SyllabusFoundation.pdf
ส่วนของ CSTE เค้าไม่มี linkให้ download หนังสือโดยตรง แต่มีเป็น brochure โดยรวมให้เท่านั้น
http://www.softwarecertifications.org/cstebok/cste_01.pdf
ตัวหนังสือเองจะเรียกว่า Common Body of Knowledge (CBOK) ซึ่งทาง QAI จะส่ง CD มาให้เมื่อสมัครสอบแล้ว มีขนาด เกือบ 5 MB ครับ
2. Format ของการสอบ
ตอนนี้ทั้งคู่เป็น computer based แล้วครับ ของ ISEB Foundation จะเป็นแต่ multiple choice ล้วนๆ ถ้าจำไม่ผิดใช้เวลาประมาณ 90 นาทีของ CSTE จะมีทั้งmultiple choice และ essay ของ CSTE จะแบ่งเป็น 4 part, multiple choice 2, essay 2 รวมๆแล้วสี่ชั่วโมงกว่าครับ เล่นเอาโทรมเลยล่ะ
สำหรับส่วน choice ทั้งคู่ชอบมีลูกเล่นถามว่าข้อไหนถูกบ้าง ตรงนี้จะเป็นตัววัดกันว่าใครแม่นจริงไม่แม่นจริงครับ แต่ก็เพิ่มรสชาติให้กับการสอบได้ดีครับ ในหนังสือ CBOK ของ CSTE จะมี Appendix ตัวอย่างแนวทางข้อสอบให้นิดหน่อย เพื่อคนสอบจะได้เห็นภาพกันครับว่า ลักษณะคำถามใน part ที่เป็น essay มันเป็นยังไงกัน
3. ความยากง่ายของข้อสอบ
คงพอจะเดากันได้นะครับ ว่าถ้าเรื่องความยากง่ายแล้ว ของ CSTE ค่อนข้างจะหินกว่าพอสมควร ในขณะที่ ISEB มี pass rate จากสถิติค่อนข้างสูง ซึ่งเกิน 80 % ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.bcs.org/server.php?show=conWebDoc.3967
ตอนผมสอบจำได้คร่าวๆ้ว่าของ ISEB นี่ตีเกณฑ์คะแนนต้องเกิน 65 % ของทั้งหมดถึงจะผ่าน ตรงนี้ขอไม่ confirm ตัวเลข แต่รับรองว่าไม่เกินนี้แน่นอนครับ
ส่วนของ CSTE ผมไม่มี สถิติมาให้ดู บอกได้แค่ว่า ถึงแม้จะทำงาน Testing มาระดับนึง
ถ้าไม่อ่านไม่เตรียมตัวไปก่อนนี่ คงยากพอควรทีเดียวครับ
ทั้งคู่มีการทดสอบ 3 ระดับครับ ตั้งแต่ ความจำ ความเข้าใจ และ ความสามารถในการนำไปประยุกต์ใช้ครับ ของ ISEB แต่ละบทจะมีกำกับไว้ด้วยว่าบทนี้จะทดสอบระดับไหน (สัญลักษณ์ K1, K2, K3 อ่านได้ที่หน้า 8 ใน syllabus ครับ)
4. ข้อมูลการสมัครสอบ
อย่างที่กล่าวไปนะคราวที่แล้วนะครับ ทั้งคู่สอบได้ที่ ศูนย์สอบ prometric แต่การสมัครต้องเริ่มจาก website ของแต่ละที่เองก่อน
ISEB
http://www.bcs.org/server.php?show=ConWebDoc.7026
CSTE
http://www.softwarecertifications.org/portal/default.asp
ของ CSTE นั้นถ้าไปดูจาก web register online ของ prometric จะไม่เห็น จะต้องสมัครผ่าน web ของ CSTE ก่อนเท่านั้นถึงจะเห็นได้ครับ ไม่ว่าจะสมัครสอบเจ้าไหน ผมแนะนำว่าให้plan ล่วงหน้าไว้ประมาณ 1 – 2 อาทิตย์ครับ
5. สถานที่สอบ และความถี่ที่สอบได้
ปีนี้ทั้งคู่เปลี่ยนมาสอบผ่านศูนย์ Prometric ซึ่งมี 19 แห่ง ของ ISEB นี่สอบได้ทุกวันเว้นวันอาทิตย์ แต่ส่วนของ CSTE นี่ผมยังไม่มีข้อมูลจริงๆเพราะผมสอบไปตั้งแต่ก่อนเปลี่ยนมาเป็น computer based เอาเป็นว่าใครมีข้อมูล ช่วยเอามา share กันด้วยนะครับ
แนะนำเพิ่มเติมว่า ควรจะแวะไปดูศูนย์สอบก่อนว่าเครื่อง computer เค้าจอดีแค่ไหน ห้องสอบเป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็ที่สำคัญอย่าลืมเอาเสื้อหนาวไปด้วยครับ ส่วนใหญ่ห้องสอบตามศูนย์แบบนี้จะแอร์เย็นมาก เหมือนมีไว้สอบผู้ต้องหาเลยครับ 555
6. ข้อมูลเตรียมตัวสำหรับการสอบ
สำหรับคนที่อยากจะเตรียมตัวสอบ ผมแนะนำว่าให้อ่านรายละเอียดจาก official website เรื่อง pre-requisite กับขั้นตอนการสมัครในรายละเอียดให้ดี ถ้าทำงาน testing มา 2 ปี ผมว่าของ ISEB นี่ถ้าเตรียมตัวแบบ intensive ใช้เวลาไม่น่าจะเกิน 2 อาทิตย์ ให้อ่าน syllabus ซัก1-2รอบ แล้วก็หา resource มาอ่าน+ทดลองทำเองเพิ่มเติมสำหรับ หัวข้อที่มีการวัดระดับเป็น K3 โดยเฉพาะ บทที่ 4 Test Design Technique ส่วนที่เป็น white box เช่น statement coverage, decision coverage ครับ นอกจากนั้นการทวน definition ของ glossary of terms ไปก็ช่วยได้ครับ หากอ่านเนื้อหาเข้าใจดี ก็จะสามารถสอบผ่านได้โดยไม่ต้องไปหาข้อสอบเก่ามาลองเลยครับ
ส่วนของ CSTE เนื่องจากมีสอบแบบ essay แล้วก็เนื้อหาเยอะกว่ามาก ผมจึงแนะนำว่าถ้าอ่านเอง ควรเตรียมเวลาไว้ซัก 1 เดือน แล้วถ้าจะให้ดีจะต้องอ่านอย่างน้อย 2-3 รอบ แล้วทำสรุปออกมาเป็น version ของตนเอง ถึงจะพออุ่นใจได้ ของCSTE นั้น ทาง swpark ตอนนี้มีจัด promotion ดีๆไว้ เพื่อคนไทยด้วยกันครับ http://www.swpark.or.th/scholarship/ เป็นทุนสำหรับ training สามวันและสอบของ CSTE เลยครับ ปีที่แล้วผมไป train มา ก็ช่วยทำให้ประหยัดเวลาอ่านไปได้พอควรครับ ถ้าอ่านหลายรอบแล้วยังไม่มั่นใจแนะนำให้ไปดู CSTE Yahoo Group ดูครับ ในนั้นก็จะมี update ใหม่ๆ คำถามตอบเกี่ยวกับ CSTE ที่เป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย
ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าใครอยากได้ข้อมูลอะไรเพิ่มไม่ว่าจะข้อมูลทั่วไป หรือเรื่องการเตรียมตัวสอบ ก็ post ถามได้ครับ ถ้ามีอะไรช่วยได้ ผมก็จะช่วยครับ
คราวหน้าผมคิดว่าจะมาเกริ่นเรื่อง advanced level สำหรับ software testing certificate แล้วก็มุมมองต่างๆสำหรับการสอบ certificate ของ testing ครับ
Till next time…
24 Responses to เจาะ ISEB Foundation vs. CSTE : Testing Certificate ที่สอบได้ในไทย
Zyracuze
June 17th, 2008 at 6:29 am
ขอบคุึณคุณโอ สำหรับข้อมูลเรื่องการสอบใบ Cert ของทั้งสองค่ายครับ
ต้นไม้
June 20th, 2008 at 2:07 pm
น่าสนใจครับ ขอบคุณมากนะครับสำหรับข้อมูล คงต้องเตรียมตัวอีกเยอะ ถ้าหากจะไปสอบนะครับ
Tempura
June 25th, 2008 at 11:28 am
มีข้อมูลแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ Traning พวกหัวข้อ
Software testing มั้ยคะ ส่วนใหญ่เห็นของ software park จะบรรยายภาษาอังกฤษซะส่วนใหญ่
อยากได้แบบภาษาไทยน่ะค่ะ เผอิญอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรงน่ะค่ะ +_+” ขอบคุณค่ะ
ekaluck
June 25th, 2008 at 7:56 pm
มีครับ
แต่เห็นด้วยครับว่า testing training ในเมืองไทยมีน้อยมากเกินไป ที่ผมแนะนำและได้ยินมาว่าดีเป็นของ GPI Asia ครับ ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.gpiasia.net/course/course_adv.html
บังเอิญว่า website ไม่ได้ update นะครับว่าจะเปิดอีก course เดือนหน้านี้แล้ว ลองโทรไปติดต่อเค้าได้ครับ K. Thitima – 08 1702 0931 สถานที่ train อยู่เพลินจิตครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น ถาม confirm หน่อยก็ดีครับว่าเป็นภาษาไทยแน่รึเปล่า
Tempura
July 1st, 2008 at 10:34 am
ต้องขอขอบคุณ ‘K.Ekaluck’ มากๆเลยนะคะสำหรับข้อมูลการ training ได้ลองติดต่อไปแล้วค่ะเป็นภาษาไทยแน่นอนค่ะ ดีมากๆเลยค่ะ ไม่ผิดหวังเลยค่ะที่เข้ามาสมัครที่เวปไซด์นี้ ของเค้าดีจิงๆ อิอิ ^______^
ekaluck
July 1st, 2008 at 1:16 pm
ยินดีครับ K. Tempura ผมเองคงไม่ได้ไปร่วม train ครั้งนี้ด้วยตัวเองแต่จะส่งคนในทีมไปครับ ถ้ามีคำถามอะไรก็ post เข้ามาได้อีกครับ เชื่อว่าถ้าผมตอบไม่ได้ ก็คงมีคนช่วยตอบแน่ๆ เจอกัน post หน้าครับ
TE
July 9th, 2008 at 8:13 pm
Thank u สำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆ ในการ Upgrade Tester ของไทยค่ะ
Thitima
July 14th, 2008 at 5:21 pm
ขอบคุณ คุณ ekaluck ที่ช่วยแนะนำบริษัท และขอบคุณ คุณ tempura ที่โทรมาสอบถามข้อมูลค่ะ คิดว่าน่าจะเข้ามาร่วม train กับเราด้วยใช่ไหมคะ หวังว่าคงได้รับประโยชน์กลับไปใช้ในงานนะคะ
คุยกับผู้สอนคร่าวๆเห็นว่ามีหลายคนอยากให้จัดคลาสเพื่อเตรียมตัวสอบ cert ของ ISEB ซึ่งจะเน้นเนื้อหาที่ควรอ่าน รวมถึงตัวอย่างข้อสอบ และอื่นๆ ตอนนี้ทาง GPI Asia กำลัง design คอร์สกับผู้สอน คิดว่าน่าจะเป็นคอร์สสั้นๆ ถ้าใครสนใจก็ติดต่อมาได้นะคะ ทางเราจะกระจายข่าวในเวบไซต์ของ GPI ด้วยค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ
Tempura
July 24th, 2008 at 12:24 pm
K.Thitima..Tempura ก็คือ Jeeralak เองนะคะ ไม่ได้เข้าไปร่วม Train แต่ว่าส่งน้องในทีมไปแทน ตอนนี้ก็กำลังจะให้มา Present ให้ฟังว่าได้อะไรกลับมาบ้าง แต่จากที่ฟังเค้าเล่ามาก็ดีมากๆเลย ไว้จะนำมาประยุกต์ใช้กับงานนะคะ
ถ้ามีคอร์สที่น่าสนใจก็แนะนำมาได้เลยค่ะ
Nutdanai
August 5th, 2008 at 3:56 pm
ชอบเวปนี้จัง มีข้อมูลให้เข้ามาขุดอ่านเยอะดีครับ ขอบคุณเจ้าของกระทู้ด้วยครับ
ปล ดีใจที่คนไปเทรนที่ GPI แล้ว Happy นะครับ
วันนี้ก้อมีน้องที่เทรนส่งตัวอย่างการ design test case ด้วย testing technique กับงานจริงมาให้ดู เห็นแล้วชื่นใจ หุๆ อยากให้เรียนแล้วเอาไปใช้ได้ครับ เพื่อวงการเทสเมืองไทยจะได้ก้าวหน้า
Noon
November 9th, 2008 at 5:15 pm
จากรายละเอียดข้อ 3 ของคุณ Ekaluck ว่า
3. ความยากง่ายของข้อสอบ
คงพอจะเดากันได้นะครับ ว่าถ้าเรื่องความยากง่ายแล้ว ของ CSTE ค่อนข้างจะหินกว่าพอสมควร ในขณะที่ ISEB มี pass rate จากสถิติค่อนข้างสูง ซึ่งเกิน 80 % ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.bcs.org/server.php?show=conWebDoc.3967
ตอนผมสอบจำได้คร่าวๆ้ว่าของ ISEB นี่ตีเกณฑ์คะแนนต้องเกิน 65 % ของทั้งหมดถึงจะผ่าน ตรงนี้ขอไม่ confirm ตัวเลข แต่รับรองว่าไม่เกินนี้แน่นอนครับ
ส่วนของ CSTE ผมไม่มี สถิติมาให้ดู บอกได้แค่ว่า ถึงแม้จะทำงาน Testing มาระดับนึง
ถ้าไม่อ่านไม่เตรียมตัวไปก่อนนี่ คงยากพอควรทีเดียวครับ
อันนี้ confirm เลยค่ะ ปีที่แล้วได้สอบ CSTE มาแล้วค่ะ และผลปรากฎว่าไม่ผ่าน
จากที่บอก ข้อสอบมี Multiple chioce 2 parts และ Essay 2 parts ยากหมดเลยค่ะ ส่วนคะแนน ต้องได้ 75% ครบทั้ง 4 parts ถ้ามี part นึงได้ 74% ก็ถือว่าตกไปเลย
ปีก่อนไปเทรนงานที่เมืองนอก แล้วกลับมาเหลือเวลาอีก 2 อาทิตย์อ่านหนังสือได้แค่ chapter 1 เองค่ะ ไปสอบมา ได้ไม่ถึง 60% เลยอ่ะค่ะ
ยากเอาการ
มีนี้สอบผ่านคอมค่ะ ศูนย์สอบที่รู้จักก็มีที่ software park ค่ะ สามารถเลือกวันสอบได้เองเลยค่ะ
ต้องไปสมัครสอบที่ http://www.softwarecertifications.org/portal/default.asp นะคะ แล้วเค้าจะให้เข้าไปลงเวลาสอบค่ะ แต่ต้องให้แน่ใจก่อนนะคะ เพราะรู้สึกเหมือนว่าถ้าเลือกไปแล้วจะเปลี่ยนจะมีการเก็บเงินด้วย แต่ไม่แน่ใจว่า ถ้าเปลี่ยนครั้งแรกเก็บเงินหรือป่าว อาจจะไม่เสียอ่ะค่ะ
Ekaluck
November 10th, 2008 at 10:30 pm
ขอบคุณคุณ Noon สำหรับข้อมูลที่ update ล่าสุดของ CSTE ยังไงถ้าปีนี้ได้ลองใหม่ก็ขอให้โชคดีนะครับ
visa
May 26th, 2009 at 4:20 pm
ลงทะเบียนสอบที่ http://www.firstlogic.co.th/prometric ก็ได้ค่ะ เลือกวัน เวลาสอบเอง
เปิดสอบ จันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30 – 17:00 น. ค่ะ เปลี่ยนวันเวลาสอบไม่เก็บเงินค่ะ
Jade
May 29th, 2009 at 8:51 am
ปีนี้ผม สมัคร CSTE ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้เลือกวันสอบ และยังไม่ได้ เตรียมตัว เห็นพี่ๆ ที่ไปสอบ บอกว่า ยากน่าดู ปีที่แล้วไปสอบเป็นวิบ ผ่านมาแค่ 2 คนเอง เหอๆ
Zyracuze
May 29th, 2009 at 12:49 pm
คุณ Jade,
ขอให้โชคดีในการสอบครับ
ได้ผลเช่นไรแจ้งให้ทราบด้วยก็ดีครับ
Nick
October 16th, 2009 at 9:24 am
มาร่วมให้ข้อมูลก่อนครับ
สำหรับผม มีประสบการณ์ โดยตรง กับการ สอบ CSQA ซึ่ง CSTE ก็จะเป็น cer ต่อไปที่ จะสอบ แต่ยังไม่มีเวลา สักเท่าไหร่
แจ้งคร่าว ๆ ในการเตรียมตัว ข้อสอบ แนวของ software testing หล่ะกันครับ
อย่างที่ทราบกันดี
CSTE แบ่งออก เป็น 10 skill
ในแต่ละ skill ก็มี objective ของมันเอง ซึ่ง รวมหลายด้าน ด้านการวางแผน ด้านการ manage ด้าน technique รวม ๆ กันต้องรู้ทั้งสิบด้าน ตาม CBOK ของหนังสือเล่มนี้
ข้อสอบแบ่งออกเป็น สี่ ส่วน
ส่วนแรก เขาเรียกว่า ข้อสอบ เชิง ทฤษฎี ซึ่งมี สองแบบ
แบบแรก แบบ วงกลม แต่ก็หินมาก เพราะว่า ต้อง ตรงเป๊ะ ตามหนังสือ แต่ ช้อยส์ หลอก ของมันนี่สุดยอดมาก
แบบที่สอง แบบตอบคำถาม อันนี้ ก็ใช่เล่น เวลาน้อย คุณ ไม่มีเวลาคิดในการตอบ อ่านปุ๊บ ต้องตอบเลย ตาม ทฤษฎี (แนะนำ กลเม็ด ในการตอบ ให้ตอบ แบบเป็น Bullet อย่าตอบแบบพรรณา เพราะจะทำให้เสียคะแนน)
ส่วนที่สอง เขาเน้น การ apply มากกว่า ทาง ทฤษฎี (โจทย์ มายาว มาก ๆ) แต่ต้อง อ่าน ดี ๆ หน่ะครับ มันหลอกเยอะ
แบบ วงกลม เหมือนเดิม (ขนาดวงกลม ยังต้องให้คิดหลายตลบ ไม่มีข้อใด ถูก ข้อใด ผิด แต่มันให้ หา ข้อที่ตรงที่สุด และ ถูกต้องที่สุด – อันนี้หินมาก ครับจากประสบการณ์ที่สอบมา รวมทั้งเวลา ที่มีอีก ข้อไม่ถึง หนึ่งนาที ต้องควบคุมเวลา ดี ๆ หน่ะครับ)
แบบตอบคำถาม อันนี้สุดยอดความหินของมัน คือ คุณ ต้อง apply เป็น จาก ทฤษฏี ในหนังสือที่อ่านมา ทั้ง สิบ skill จะมาอยู่ ในคำถาม แต่ละข้อเลยครับ คุณ ต้อง รวบรวมความรู้ เทคนิค และประสบการณ์ จริง มาวิเคราะห์ รวบรวม สรุป และ ตอบในข้อนั้น ๆ ทั้งสิบข้อ)
Tip : เหมือนเดิม ครับ อ่านโจทย์เสร็จต้องรีบวิเคราะห์ และตอบเลย เวลาน้อยมาก และควรตอบแบบเป็นระบบ (systematic thinking) และควรตอบ แบบ Bullet มากกว่า บรรยาย คะแนนจะได้เยอะกว่า
สุดท้าย คะแนน เขา weight ทั่วโลก ครับ เขา เอาคะแนนทั่วโลก มา weight ค่ากลางว่าอยู่ที่กี่ %
สมมุติ ค่ากลาง ทั่วโลก อยู่ ที่ 80% คุณต้อง ได้ 80% หรือมากกว่า ไม่งั้นก็ไม่ผ่านครับผม (อันนี้สุดยอดกว่า ครับ วิธีการที่จะสอบให้ผ่าน เพราะ ถ้าพวก ทำคะแนนสูงเท่าไหร่ ค่ากลางจะสูงเท่านั้น)
อ้อ อีกอย่าง ผม มี Soft Copy ตัวนี้หน่ะครับ ทั้ง CSQA และ CSTE เป็น soft copy และ book ใครสนใจติดต่อได้ครับ อยากให้ทุกคนไปสอบ มันดี จริง ๆ ครับ
สุดท้าย ขอให้โชคดี
อ้อ ลืมไป อีกอย่าง การ maintain cer นี่ก็งานหินอีกอย่าง ผมยังไม่รู้จะ maintain cer ยังไงเลยเนี่ย ผ่านมาสองปี แล้ว เหลือ อีกปี เดียว สงสัยต้องสอบใหม่
Zyracuze
October 16th, 2009 at 11:49 am
คุณ Nick,
ข้อมูลเป็นประโยชน์ดีครับ ผมขออนุญาตินำไปขยายต่อเป็นบทความดีกว่านะครับ
ผมจัดการให้ โดยแจ้งที่มาจากคุณ Nick ครับ
nick
October 16th, 2009 at 12:18 pm
ครับผม เพิ่งมาเห็นว่า อันนี้ โพส ตั้งแต่ เดือน พค ลืมดูวันที่ มัน too late ไปหรือยังชักไม่แน่ใจครับผม
enjoy
January 5th, 2010 at 8:39 pm
อยากรู้ว่าถ้าไปเทรนคอร์ส software testing technique ของ GPI แล้วกลับมาอ่าน syllabus ของ iseb แล้วก็ลองทำตัวอย่างข้อสอบจะพอไปสอบ iseb foundation ไหวรึป่าว หัวหน้าจะให้ไปสอบแล้ว T^T
aoi
April 18th, 2010 at 12:38 pm
ีดีคะคุณนิก
คุณนิกยังมี Soft copy ของ CSQA ,CSTE อยู่หรือป่าวคะ อยากได้มาลองอ่านหน่อยคะ ถ้ามีรบกวนส่งให้ที่ salaaoi@hotmail.com หน่อยนะคะ
ขอบคุณคะ
อ้อย
Miyuna
December 28th, 2010 at 3:01 pm
ยังไงจะรบกวนขอ ตัวข้อสอบ
ส่งมาให้ที่ mail ได้ไหมค่ะ
jutamart_11@windowslive.com
nuiparichat
February 23rd, 2011 at 9:08 pm
ขออนุญาตประชาสัมพันธฺ์ข่าวค่ะ ITPC เปิดอบรม หลักสูตร “ISEB Software Testing Foundation” เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การพิชิต ISEB Foundation Certificate ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากที่สุดในการบ่งชี้ วัดถึงความสามารถและความเข้าใจพื้น ฐานสำคัญทั้งหมดของ Software Testing โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Software Testing และกูรูชื่อดังจาก Welovebug K.Ekaluck 7-8 มี.ค.54 นี้ ณ ITPC IT Training Center ชั้น 19 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-2313851-9 ต่อ 620-1 http://www.itpc.co.th
Tae
August 10th, 2011 at 9:21 am
ผมกำลังหาที่เรียน คอส software testing และอยากจะสอบ cer รบกวนผู้รู้แนะนำและ ส่งไฟล์ ข้อสอบ หรือแนะนำหนังสือให้หน่อยครับ ตามอีเมล์นี้นะครับ tete_smap@hotmail.com
ekaluck
August 10th, 2011 at 2:06 pm
Course สอน ISEB/ISTQB รอบถัดไปที่ ITPC คือเดือน Sep ครับ
ติดตามรายละเอียดได้ที่
http://www.itpc.co.th/calendar.php
และ
http://www.itpc.co.th/course_outline.php?code=1112&status=
คับผม