สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2554 กับเพื่อนพ้องน้องพี่ Welovebug ทุกๆ ท่านครับ ขอให้สุขภาพแข็งแรง และมีความสุขตลอดปี 2554 ครับ

ปี 2553 ที่ผ่านมาบทความบน Welovebug ค่อนข้างจะน้อย เนื่องจากเหตุผล 108-1900

ปี 2554 ผม และทีมงานทุกๆ ท่าน จะมาร่วมแบ่งปันความรู้ Software Testing ให้มากขึ้น มากขึ้น ครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ (-/\-)

FREE Software Testing e-Magazine

http://testingcircus.com/default.aspx

ลองเข้าไปดูกันนะค่ะ

ใน Testing-Circus-Vol1-Issue2

ยังมี Top 100 Software Testing Blogs ด้วยค่ะ

:D

สวัสดีค่ำคืนวันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2553 เผลอแปีปเดียวก็เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2553 แล้ว ไม่รู้ว่าผมคนเดียวหรือเปล่าที่รู้สึกว่าเวลาเดินทางผ่านไปเร็วมากๆ เข้าเรื่องเลยละกันนะครับ ผมว่าหลายๆ คนคงจะรู้จักคำว่า To-Do’s List และก็ใช้เจ้า To-Do’s List นี้ไม่ว่าจะในเรื่องการทำงาน หรือเรื่องส่วนตัวต่างๆ วันนี้ผมขอมาแย่งปันประสบการณ์ในการทำ To-Do’s List ในรูปแบบของ Daily Report ละกันนะครับ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่ว่าในเรื่องใดๆ รวมทั้งงานของ Software Testing ด้วยเช่นกัน

Read the rest of this entry »

กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกคนครับ บัดนี้ก็ได้เวลามาเล่าประสบการณ์ หลังจากที่ได้ไปงานสัมนา Agile Methodology and Software Testing ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่จุฬ่าฯ ครับ

พอไปถึงที่ห้องประชุม โอ้แม่เจ้าคนเยอะมาก จนต้องได้นั่งเก้าอี้เสริมกันเลยทีเดียว เริ่มต้นสัมนาก็ทำให้หวาดหวั่นเล็กน้อยถึงปานกลาง เนื่องการพูดคุยกันนั้นเป็นภาษาอักกฤษทั้งหมดซึ่งทักษะทางด้านภาษาของผมนั้นค่อนข้างอ่อนแอมาก เลยคิดในใจว่า “…จะได้อะไรกลับไปไหมเนี่ย” แต่ก็ช่วยไม่ได้ละมาแล้วนี่ต้องตั้งใจเต็มที่ ก็พยายามฟังไป รู้บ้างไม่รู้บ้าง เอาละนอกเรื่องมานานเอาสาระบ้างดีกว่า ผมจะขอพูดในมุมของตัวผมเองซึ่งเป็นเพียงแค่นักศึกษา ไม่ได้มีประสบการในการทำงานทางด้านนี้มากนัก
เริ่มต้นจาก Agile Methodology โดยที่เรียนมาก็จะได้เรียนรู้แต่ทฤษฎีต่างๆ เช่น Waterfall หรือ Agile หรือจะเป็น Extreme Programming แต่ที่จะได้ใช้บ่อยๆ ในตอนเรียนหรือทำ Project ก็จะเป็นการใช้แบบ Waterfall ซึ่งมันจะแตกต่างกันพอสมควรระหว่าง Agile กับ Waterfall แต่ก็ด้วยความโชคที่บริษัทที่กำลังฝึกงานอยู่ขณะนี้ใช้การพัฒนา software แบบ Agile ก็เลยทำให้ผมได้เข้าใจในส่วนนี้ได้ง่ายขึ้น ในส่วนตัวของผมเองได้ก็ได้มองเห็นข้อดีของการพัฒนา software แบบ Agile โดยคร่าวๆ ดังนี้
Read the rest of this entry »

งาน BugDay Bangkok 2009 session “@roofimon เกิดมาคุย ตอน ผู้ชายที่ทำ TDD ได้หล่อเท่ากับความหล่อของตัวเอง” โดยทีมงานของพี่รูฟ โดยใช้ชื่อทีมงานว่า “สามช่าโปรแกรมเมอร์” ที่ได้เข้ามาร่วมแบ่งปันความรู้ในมุมของฝั่ง Developer ให้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ในงาน BugDay Bangkok 2009

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา 22:00น.

Read the rest of this entry »

ห่างหายกับการเข้ามาเขียนเรื่องเพื่อแบ่งปันกับเพื่อนพ้องน้องพี่ welovebug ทั้งหลายนานพอสมควร แต่ก็มิได้ห่างหายไปไหนครับ ยังเข้ามาวนเวียนดูแล welovebug อยู่เรื่อยๆ ค่ำคืนนี้ขณะขับรถจากที่ทำงาน กลับมายังบ้าน ก็คิดถึงงาน BugDay Bangkok 2009 ที่จัดไปเมื่อวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2552 ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน ขึ้นมา และก็อดยิ้มไม่ได้กับความบ้าของตัวเอง และเพื่อนพ้องน้องพี่ที่มาร่วมด้วยช่วยกัน รวมทั้งผู้มาเข้าร่วมงานที่ทำให้งาน Bugday Bangkok 2009 เกิดขึ้นได้

Read the rest of this entry »

สวัสดีครับสาวก welovebug ทุกคน ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ว่าผมเป็นน้องใหม่ (มากๆ ในวงการ Tester ) ซึ่งเพิ่งเคยเขียนบทความเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยทีเดียวก็ว่าได้ และหากมีส่วนใดที่ขาดตกบกพร่อง ก็ขอให้พี่ๆทุกคนช่วยแนะนำด้วยนะครับ ว่าไปแล้วก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า

หลังจากที่ได้มีโอกาสเข้ามาฝึกงานทางด้าน tester ภายใต้ร่มเงาของพี่หนุ่มและพี่เอ๋ผู้ล้ำเลิศวิทยายุทธ ผมก็ได้มีมุมมองใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้น ได้รับรู้ถึงขั้นตอนจริงในการทำงานของ Tester แต่ยังมีอะไรอีกมากมายครับที่ผมต้องเรียนรู้อีกสี่เดือนเต็ม และงานแรกที่ได้รับมอบหมายก็คือ ศึกษาและทดลองใช้โปรแกรม iMacros ผู้อ่านหลายคนคงรู้จักโปรแกรมนี้กันดีอยู่แล้ว ผู้อ่านบางคนอาจจะยังไม่ทราบ ว่าหน้าตาของเจ้า iMacros เนี่ยมันเป็นอย่างไร มีประโยชน์อะไรบ้าง ส่วนขั้นตอนการใช้งานนั้นจะมีคู่หูคู่ฮา (คู่ขา เอ้ย! ไม่ใช่และ) ของผมจัดให้อีกทีนะครับ

Read the rest of this entry »

สวัสดีครับ ญาตพี่น้อง ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย หลานทุกคน
วันนี้เป็นฤกษ์ดีที่ผมจะขออนุญาติแนะนำตัวซักนิด ผมเป็นนักศึกษาฝึกงานอยู่ที่บริษัท ตลาดดอทคอม ในตำแหน่ง Software Tester และหลังจากได้คุยพี่ๆที่เป็นผู้ดูแลแล้ว ก็มีงานงานหนึ่งซึ่งได้รับมอบหมาย(บังคับ) ให้มาเขียน blog ใน welovebug แห่งนี้ จากนั้นก็เลยคิดว่า จะเอาอะไรมาเขียนดี เนื่องจากมีความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่นั้น มันมีอยู่น้อยนิดกระจ้อยร่อย แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า… ได้เคยศึกษา เครื่องมือที่ช่วยในการทำ web testing ซึ่งเครื่องมือตัวนี้ ชื่อว่า iMacros ซึ่งหลายๆ คงเคยได้ใช้บ้างแล้ว ผมก็เลยอยากแบ่งปันประสบการ์ในส่วนนี้ ซึ่งมันก็น่ะจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังหาเครื่องมือที่นำมาช่วยในการทดสอบ website ได้ ส่วนข้อมูลที่นำมาเขียนนั้นก็ได้มาจากการศึกษาจากhttp://wiki.imacros.net/Main_Page บวกกับ ประสบการณ์ที่ได้ทดลองใช้ ถ้าท่านผู้อ่านท่านใด มีข้อสงสัยสามารถโพสถาม ผมจะพยายามหาคำตอบมาตอบให้ หรือจะเป็นคำแนะนำก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ

มาแล้วจ้า ……… มีสัมมนา ฟรี ๆ ดี ๆ มาบอกกันจ้าาา มาช่วงหลัง ๆ นี้ อาจจะห่างหายเรื่องของ สัมมนา หรือ Event ดี ๆ กันไปบ้าง วันนี้ มีมาแล้วค่ะ ซึ่งครั้งนี้ เป็นการร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของผู้ใหญ่ใจดี “Software Park Thailand & Thomson Reuters & Chulalongkorn University” (อิอิ แอบใช้สำนวนเหมือนรายการทีวีเก่า ๆ) จัดงานสัมมนาดี ๆ “Software Testing and Agile Development Methodology Seminar” รายละเอียดมีดังต่อไปนี้ค่ะ

Software Testing and Agile Development Methodology

ชื่องาน: Software Testing and Agile Development Methodology
วัน-เวลา: วัน พุธ ที่ 24 พฤศจิกายน 2553 เวลา 13:00 – 17:30 น.
สถานที่: ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Read the rest of this entry »

และแล้วเราก็มาถึงตอนสุดท้ายของ Series Testing in Vietnam ซึ่งเป็นตอนท่ี่ 4 กันจนได้ :)

*คำเตือน ข้อความต่อไปนี้เป็นบทวิเคราะห์ที่ผมทำขึ้นโดยเอาข้อมูลมาปะติดปะต่อกันแล้วสรุปเป็นประเด็นหลักที่ผมเชื่อว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ Testing industry ของเวียตนามพัฒนาได้ถึงจุดนี้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*

 

    1. เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง มีเป้าหมายที่ชัดเจน และขยายเป้าใหม่ให้ยิ่งใหญ่

  • หลังจากจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวใน government project ครั้งนั้น เวียตนามก็ตั้งเป้าหมายว่าจะไม่ผิดพลาดซ้ำอีก
  • นอกจากจะไม่ผิดพลาดซ้ำแล้วเวียตนามยังได้ยกระดับเป้าหมายขึ้นไปเป็นภาระกิจแห่งชาติ โดยต้องการจะเป็นหนึ่งในผู้นำในด้าน IT service providerใน region นี้ เค้ามีการ set key indicators and national objective เพื่อการนี้โดยเฉพาะ และได้มีการ draft bill เรื่องวิธีการทำ testing และวิธีการทำ criteria/matrix เพื่อใช้ในการรับมอบ Software อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกันในระดับชาติ เพื่อลดความเสี่ยงที่หน่วยงานอื่นๆในประเทศจะเจอข้อผิดพลาดเดียวกัน (พอเขียนประโยคนี้จบ นึกถึงประเทศตัวเองแล้วมันเจ็บๆคันๆยังไงไม่รู้)

    2.  รู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร และหาคำตอบเริ่มจากจุดนั้น

  • ได้ยินมาว่าในอดีต 80% ของคนในกระทรวง ICT ในเวียตนามไม่ได้จบการศึกษาด้านนี้โดยตรง เมื่อเขามีปัญหาและได้ตระหนักว่าพวกเขาไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ เค้าได้ไปเสาะแสวงหา”ผู้รู้” มาเพื่อช่วยให้ภารกิจนี้บรรลุผล ในที่สุดก็ได้มีการติดต่อ Dr. Jung ซึ่งขณะนั้นยังทำงานอยู่ถึงประเทศ Netherland ให้มาเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล

    3.  ทำงานเป็นทีม : การทำงานที่สอดคล้องกันในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    นึกๆดูแล้วก็คล้ายๆ ทีมfootball ที่ประกอบไปด้วย

  • กองหน้า (รัฐบาล) กำหนดทิศทางเชิงรุก บุกเบิก มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงกับกองกลางและกองหลัง เพื่อติดตามผลงานและสนับสนุนทั้งเรื่องเงินและเรื่องการช่วยแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลเป็นคนกำหนดนโยบายของประเทศเพื่อเปิดประตูรับการลงทุนและแหล่งความรู้จากต่างชาติ และยังดูแลผู้ลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเวียตนามเป็นอย่างดียิ่ง ผมได้ยินมาว่ารัฐบาลได้จัดพื้นที่อาศัยพิเศษเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเวียตนาม Satoshi-sanบอกผมว่าเค้าได้ไปเยี่ยมบ้าน Dr. Jung เมื่อปีก่อน เขาบอกว่า area ที่ Dr. Jung อยู่นั้นแตกต่างจาก zone อื่นๆในโฮจิมินต์โดยสิ้นเชิง โดยมีความปลอดภัย ความสะอาด และความทันสมัยแบบตะวันตกอย่างเพียบพร้อม
  • กองกลาง (industry) มีการเปิดบริษัทและจัดหาแรงงาน(ขยัน ราคาถูก)ที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาล ที่สำคัญที่สุดมีการตั้งมาตรฐานคุณภาพการทำงานที่สูงเพื่อเป็นการดึงดูดและmaintainลูกค้าและผู้ลงทุนจากต่างประเทศ ถ้าราคาถูกอย่างเดียวแต่คุณภาพไม่ดีก็ไม่สามารถดึงลูกค้าไว้ได้ Industryยังคอยทำงานใกล้ชิดกับ academic เพื่อคอยfeed requirement ว่า demand ของ human resource ที่ต้องการใน industry เป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะในอาชีพร่วมกันข้ามบริษัท ไม่ว่าจะเป็น training seminar หรือการแปล testing material จากภาษาอื่นเป็นภาษาท้องถิ่น วันนี้ถึงแม้ tester ส่วนใหญ่จะยังภาษาอังกฤษไม่ดี แต่industry ยังสามารถที่จะพอหา test lead หรือ test manager ที่ภาษาอังกฤษดี เพื่อมาปิด gap ในการสื่อสารได้ในระดับหนึ่ง
  • กองหลัง (Academic) มีการเตรียมพร้อมของนักศึกษาเพื่อป้อนให้กับความต้องการของ industry ..
    อย่างที่กล่าวไปใน topic ก่อนหน้านี้ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยหลายแห่งมีสอน software testing และบางแห่งมีสอนมากถึง 3 course และอาจารย์สอนก็ไม่ได้สอนจาก textbook แต่มีประสบการณ์จริง

   4.  Nature ของคนเวียตนาม (สู้อย่างเอาจริงเอาจัง อึด หนักแน่น ไม่ย่อท้อ)

  • หลังจากจบ conference ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวชม Cu Chi tunnel ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่คนเวียตนามอาศัยและเป็นฐานในการต่อสู้กับทหาร American ในช่วงสงครามครั้งที่2 ผมได้ดู video เรื่องราวเห็นความยากลำบากอันยาวนานของพวกเขา และได้ชื่นชม spirit ใจสู้ ไม่ย่อท้อของคนเวียตนามในสมัยนั้นมาก ถึงแม้จะมีสงครามที่โหดร้ายพวกเขายังมีการจดบันทึกการทำยอดว่าใครสามารถทำลาย จำนวนรถถัง เฮลิคอปเตอร์ และชีวิตของทหารอเมริกันได้เท่าไหร่ สถิติที่บันทึกนี้ถูกทำไปใช้เป็นการแจกรางวัลเกียรติยศ ให้แก่ชาวเวียตนามเป็นรายบุคคลที่อุทิศตนเพื่อปกป้องชาติของตัวเอง พวกเขามี nature ที่ต้องการจะต่อสู้เผื่อให้ผ่านพ้นความยากลำบากอยู่ในสายเลือด ผมจะไม่แปลกใจหากว่ามี testerในเวียตนามจำนวนหนึ่งที่เอาหลักการ “การทำยอด(จำนวน)เพื่อเป้าหมาย”ในสมัยสงคราม มาใช้ในการtestเพื่อทำยอด bug ที่เจอ หากมีคนคิดเช่นนี้จริงถึงในประมาณนึง ผมคาดว่าอีกหน่อยเงินเดือนของ tester อาจจะเป็นกึ่ง “Pay per Bug” ก็เป็นได้ ด้วยความหนักเอาเบาสู้ของพวกเขา ทำให้ยิ่งเป็นที่ถูกใจของนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างมาก

    5.  แหล่งพัฒนาความรู้ testing ของคนเวียตนาม

  • ผมถาม Dr. Jung ไปตรงๆว่ามีความรู้ testing ของคนเวียตนามมาจากไหน ถึงจะมีคนเก่งๆอย่างเค้าอยู่แต่ก็คงไม่สามารถถ่ายทอดให้คนเป็นหมื่นๆได้อย่างทั่วถึงแน่ๆ เค้าบอกผมว่าเนื่องจากแรงงานถูกมากและรัฐบาลก็เปิดกว้างให้ต่างชาติเข้ามา จึงมีหลายบริษัทที่เข้ามาลงทุนและยินดีที่ส่งคนเก่งๆมาสอนงานเพื่อเตรียมความพร้อมเพิ่มเติมสำหรับทำงานจริง หากคนเหล่านั้นเป็นคนแบบ Dr. Jung ที่มีใจรัก testing มีมาตรฐานการทำงานสูง และเป็นคนที่แบ่งปัน passion เหล่านั้นให้กับคนอื่นๆ ผมก็ไม่แปลกใจเลยที่คนเวียตนามพัฒนาทักษะความรู้ได้เร็ว นอกจากนี้การมี website www.vietnamesetestingboard.org ก็เป็นแหล่งที่ tester ในเวียตนามเก็บเกี่ยวแบ่งปันความรู้กันอย่างขยันขันแข็ง

    6.  เงินทุนหรือเงินสนับสนุนของเวียตนาม

  • ด้วยความเข้าใจที่ว่าประเทศเราน่าจะมีเงินเยอะกว่าเวียตนาม แต่ดูเหมือนเวียตนามลงทุนโน่นนี่เพื่อขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง (เค้ามี 3G ใช้ตั้งนานแล้ววววว) ผมเลยถาม Dr. Jung อีกว่าเงินเหล่านี้มันมาจากไหนกันแน่ เขาบอกว่าจริงๆแล้วเวียตนามยังถือเป็นประเทศยากจน เลยได้เงินสนับสนุนจากชาติอื่นหรือองค์กรณ์ต่างๆระดับโลกอยู่มาก เช่น world bank .. ญี่ปุ่นเองก็ถือเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทางการเงินให้เวียตนามเช่นกัน

ข้อสรุปส่วนตัวที่ผมได้จาก 6 ข้อนี้คือ…?

Read the rest of this entry »

top