2 Open Source Bug Tracking Systems ของฉัน ตอนที่ 1

11 Jul
2009

Bug หรือ Defect หรือ Issue เป็นคำที่คุ้นเคยกับเหล่า Software Tester และ Software Developer ทั้งหลาย เหมือนเป็นเนื้อคู่ ทำบุญร่วมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน :P ผู้เขียนเองก็ประสบพบเจอกับ Bug/Defect/Issue มาตั้งแต่สมัยเป็น Developer จนกระทั่งมาทำงานเป็น Tester ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีในชีวิตการทำงานเป็น Tester ก็เริ่มการบันทึก Bug ที่พบลงใน Microsoft Word แล้วขยับมาเป็น Microsoft Excel จนกระทั่งได้รู้จักกับ Bug Tracking System ชีวิตก็ดีขึ้นในบัดดล :)

a Bug Tracking System is a software application that is designed to help quality assurance and programmers keep track of reported software bugs in their work. คำจำกัดความของ Bug Tracking System จาก Wikipedia, the free encyclopedia

Bug Tracking System ในท้องตลาดมีให้เลือกใช้อย่างมากมายหลายเจ้า ทั้งแบบเสียเงิน และแบบ Open Source ผู้เขียนเองเป็นคนที่ฝักใฝ่ในฝั่งของ Open Source จึงได้เสาะแสวงหา Bug Tracking System มาเพื่อใช้งาน และได้พบปะกับ 2 Bug Tracking Systems ในระยะเวลาเกือบ 4 ปีในการทำงานเป็น Tester คือ

Bugzilla

Bugzilla เป็น Bug Tracking System ตัวแรกที่ผู้เขียนได้รู้จัก ติดตั้ง และใช้งานอยู่เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี เหตุที่ต้องเลิกลาจากเจ้า Bugzilla ไปเพราะ Bugzilla ใช้ Perl ในการพัฒนา และใน office ที่ผมทำงานไม่มีผู้ใดที่เขียน Perl ได้เลย จึงเกิดปัญหาในการที่จะปรับแก้ จึงต้องเลิกลากับ Bugzilla อย่างเศร้าใจ แต่ทุกวันนี้ยังแอบวนเวียนเข้าไปดูการเจริญเติบโตของเค้าอยู่เป็นประจำ :)

มาลองทำความรู้จักกับ Bugzilla กันสักหน่อย

  • Creater: Mozilla Foundation
  • Implementation Language: Perl 5.8.1 or higher
  • Database Engines: MySQL  4.1.2 or higher / PostgreSQL 8.00.0000 or higher / Oracle version 10.02.0 or higher
  • Web Server: Any web server that is capable of running CGI  scripts will work. Recommend using the Apache web server (either 1.3.x or 2.x)
  • Launch Date: September 19, 1998
  • Stable Version: Bugzilla 3.2.4 (as of July 11, 2009)

Mantis

Mantis เป็น Bug Tracking System ตัวที่สอง ที่ผู้เขียนได้ใช้งานอยู่ มาจนถึง ณ ปัจจุบัน ประทับใจ และผูกพันกับเข้าตั๊กแตนน้อยนี่มาก เหตุผลที่เปลี่ยนมาใช้ก็เพราะความง่ายในการใช้งาน และพัฒนาด้วย PHP ซึ่งใน office มีน้องๆ PHP Developer อยู่เยอะแยะ จึงง่ายในการที่จะปรับปรุงเพิ่มเติม

มาทำความรู้จักกับเจ้า Mantis กันสักหน่อย

  • Creater: Mantis
  • Implementation Language: PHP  5.0.4 or higher
  • Database Engines: MySQL 4.1.11 or higher / PostgreSQL 8.00.0000 or higher
  • Web Server: Apache 1.3 or higher / Apache 2.0.54 or higher / IIS 6.0 or higher
  • Launch Date: Year 2000
  • Stable Version: MantisBT 1.1.8 (as of July 11, 2009)

ชอบ Mantis รัก Bugzilla

ถ้าจะให้เปรียบเทียบระหว่าง Mantis กับ Bugzilla ผู้เขียนคงมิสามารถที่จะทำได้ เพราะทั้ง 2 ต่างก็ดีพอพอกัน จะบอกว่า รักพี่ เสียดายน้อง ก็ได้ (เริ่มน้ำเน่า) ในระยะเวลาที่ผ่านมาในการทำงานร่วมกับทั้ง Mantis และ Bugzilla ประทับใจทั้งคู่ และได้เห็นการพัฒนาขึ้นของทั้งสองมี Functions/Features ใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น

ดังนั้นผู้เขียนจึงได้ตัดสินใจเริ่มเขียน Series นี้ขึ้นมา 2 Open Soruce Bug Tracking Systems ของฉัน ซึ่งจะเล่าประสบการณ์ในการติดตั้ง, ปรับแก้ค่า Configuration และตัวอย่างการใช้งาน ของทั้ง Bugzilla และ Mantis เผื่อว่าจะเป็นประโวชน์ ประโยชน์สำหรับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่กำลังมองหา Bug Tracking System แบบ Open Source สักตัวมาใช้งานครับ

จบ ตอนที่ 1 ครับ :)

ข้อมูลอ้างอิง

15 Responses to 2 Open Source Bug Tracking Systems ของฉัน ตอนที่ 1

Avatar

botolovejazz

July 11th, 2009 at 1:37 pm

ขอบคุณมากมายครับ
เป็นประโยชน์สำหรับโปรแกรมเมอร์มือใหม่อย่างผมเลย

Avatar

patcharaporn

July 11th, 2009 at 2:32 pm

ที่บริษัทใช้ BugTracker เป็น .Net และ DB เป็น SQL server 2005 express ใช้งานง่าย ที่สำคัญเป็น tool ที่ถนัด เพราะเป็นสาวก microsoft ค๊า
เท่าที่ลองใช้มา จะทำ sub project ไม่ได้ นอกนั้นก็ cover การเก็บ defect log คะ

Avatar

up1

July 11th, 2009 at 3:01 pm

ผมเคยลองใช้ทั้งสองตัวเช่นกัน [ ผมเป็น devloper นะครับ ] แต่ไม่จริงจังเท่าไร ซึ่งชอบ Bugzilla มากกว่า
เพราะว่าไม่ค่อยชอบ UI ของ Mantis เท่าไรนัก

ช่วยแก้ไขคำผิดด้วยครับ
ประโวชน์ => ประโยชน์

Avatar

Zyracuze

July 11th, 2009 at 3:09 pm

ขอบคุณครับคุณ up1 แก้ไขคำผิดเรียบร้อยแล้วครับ

ใช่ครับ Bugzilla หน้าตา UI ดีกว่า Mantis :)

Avatar

Nick

July 17th, 2009 at 10:10 pm

อืม open source ดี ๆ น่าใช้ เอาไว้ลองครับ

ใช้ QC นี่แพง จริง ๆ

Avatar

Ton

July 21st, 2009 at 3:26 pm

ที่บริษัทปัจจุบันใช้ Bugtracker เช่นกันครับ แต่ที่เก่าใช้ People Soft ครับ น่าจะ customize ให้เป็น bugtrack ซอฟแวร์ค่อนข้างใหญ่

Avatar

ToEbuT

July 27th, 2009 at 11:11 am

น่าสนใจมากเลยครับ

รอติดตามตอนต่อไปอยู่นะครับ…

^^

Avatar

Zyracuze

July 27th, 2009 at 11:14 am

K.ToEbuT,

ภายในอาทิตย์นี้ คลอดตอนที่ 2 แน่นอนครับ เริ่มที่เข้า ตั๊กแตน (Mantis) ก่อนเลยครับ

Avatar

Pooky

July 29th, 2009 at 1:17 pm

บริษัทใช้ QC ค่ะ เพราะเป็น Partner HP ค่ะ ขายให้เค้าว่างั้นเถอะ Feature อลังการมากค๊า แต่ mantis ก็ดีนะ เคยใช้อยู่พักเล็กๆ ไม่ได้เข้าเว็บนี้มานาน เปลี่ยนแปลงไปเยอะจริง 555

Avatar

M@YK!N

November 13th, 2009 at 1:14 am

ผมลองติดตั้ง mantis ดู (โฮสต์ที่ผมเช่าเป็น php) แต่ตอนติดตั้ง ถาม username/password database admin ด้วยครับ ต้องเป็น user ระดับ admin เลยเหรอครับ ถึงจะติดตั้งได้

Avatar

Zyracuze

November 13th, 2009 at 8:34 am

M@YK!N,

จากที่ผมติดตั้งเนี่ย ผมขอ username/password ของ database และ grant สิทธิ์ให้ในระดับที่ Read/Write/Create ได้เท่านั้นครับ ไม่ต้องถึงสิทธิ์ของ Admin ครับ

ได้ลองใช้ username/password ของ DB ที่ทาง host ให้มาหรือยังครับ

ขอผมทดสอบดูกับ host อื่นก่อนนะครับ แล้วจะรีบมาแจ้งข่าวครับ

Avatar

M@YK!N

November 13th, 2009 at 8:49 am

ใช้ username/password ที่ host ให้มาครับ
เป็น username/password เดียวกับที่ใช้ติดตั้ง wordpress เลยครับ
แต่กับ mantis กลับไม่รอดอ่ะครับ

Avatar

Zyracuze

November 13th, 2009 at 8:55 am

M@YK!N,

ผมขอไปทดสอบดูกับ host ที่ผมใช้ wordpress ก่อนว่าเจอปัญหาเดียวกันหรือไม่ และจะหา Solution มาให้นะครับ

Avatar

M@YK!N

November 13th, 2009 at 10:59 am

ได้แล้วครับผม

Avatar

จ๊ะเอ๋

December 23rd, 2009 at 1:37 pm

ลองใช้ mantis tracking defect หลายตัวอยู่ครับ จัดการง่ายดี interface ไม่ซับซ้อน เอาไว้เป็น reminder อย่างดีเรยทีเดียวครับพี่ เด่วกำลังจะลอง Bugzilla เปรียบเทียบดูก่อนครับ ตอนนี้ที่ office เอา mantis มาทำเป็น server กลางไว้แว้วครับ เยี่ยมเรย อิอิ

Comment Form

top