Category Archives: Lesson Learned

Software Tester คุณคือ จุดอ่อนด้อยง่อยเปลี้ยเสียขาข้างซ้าย!!!

you-are-weakest-link

เมื่อวานพล่ามไปเรื่อง Software Tester คุณคือ จุดอ่อนด้อยง่อยเปลี้ยเสียขาข้างขวา!!! ไปแล้ววันนี้เลยมาพล่ามเพื่อจะได้เสียขาซ้ายไปอีกข้างละกันนะจ๊ะ ตามที่พล่ามไปแล้วว่า Software Tester เรามารับตำแหน่งตรงนี้มิใช่ว่าเราหลงใหลได้ปลื้มและคลั่งไคล้ในเรื่องของ คุณภาพ อะไรนักหนาหรอกนะจ๊ะและพอชีวิตต้องตกไปอยู่ในกระบวนการพัฒนาแบบกีฬา วิ่งผลัด แบบ 4×100 ทุกๆ คนในทีมวิ่งผลัดมีระยะทางคนละ 100 เมตร ต้องวิ่งควบไปให้เร็วที่สุดเพื่อส่งไม้ต่อไปให้เพื่อนวิ่งควบไป ถ้าเพื่อนช้าฉันก็ช้าไปด้วย แต่เส้นชัยไม่ได้ขยับออกไปตาม ทำยังไงก็ได้ให้ขวบไปให้เร็วที่สุด และแล้วก็ ล้ม หรือไม่ก็เข้าที่สุดท้าย สุดท้าย เหนื่อยฉิบหาย พักได้ 2 นาที เสียงนกหวีดดัง เข้าที่ ระวัง ไป วิ่งผลัดกันอีกรอบ

วันนี้เลยมาพล่ามต่อว่า Software Tester ที่อ่อนด้อยง่อยเปลี้ยเสียขาข้างขวาไปแล้วเหลือแต่ขาข้างซ้ายต้องเข้าไปอยู่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งแล้วก็จพหลุดโค้งลงเหวที่เรียกขานว่า แอจไจล์ (Agile) และจะยิ่งเป็น จุดอ่อนด้อยง่อยเปลี้ยเสียขาข้างซ้าย ไปอีกข้างอย่างไร

Continue reading Software Tester คุณคือ จุดอ่อนด้อยง่อยเปลี้ยเสียขาข้างซ้าย!!!

Software Tester คุณคือ จุดอ่อนด้อยง่อยเปลี้ยเสียขาข้างขวา!!!

you-are-weakest-link

ทำไมผมถึงจั๋วหัวว่า Software Tester คุณคือ จุดอ่อน!!! แอบแรงและอาจจะมีเหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ดำเนินชีวิตด้วยการเป็น Software Tester อยู่ที่อ่านแล้วรู้สึกว่า ไม่ ไม่ ไม่ ฉันไม่ใช่แบบที่แกพูด ฉันไม่ใช่จุดอ่อน นะ ซึ่งผมก็ยังคงยืนยันว่า ใช่…คุณคือจุดออ่อน(ด้อย) เพราะ

Continue reading Software Tester คุณคือ จุดอ่อนด้อยง่อยเปลี้ยเสียขาข้างขวา!!!

ฆ่า Bug หนึ่งตัวต้องใช้เงินกี่บาท?

how-much-to-pay-to-kill-bug

สวัสดีเช้าวันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558 เช้าวันนี้ขอมาพล่ามเรื่องของ สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า Bug กันหน่อย อันสืบเนื่องจากว่าช่วงที่ผ่านมาหนูเริ่มขายแนวคิด การทำงานเชิงป้องกันไม่ให้เกิด Bug มากกว่า การทำงานแบบตั้งรับ Bug และก็ได้เจอกับคำถามว่า “เราต้องใช้คนมากขึ้น ใช้เงินมากขึ้น ใช่ไหม?” และ แลดูแพงกว่าการทำงานแบบตั้งรับ Bug

เช้าวันนี้ก็เลยมานั่งพล่ามนิดนึงละกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าจริงๆ แล้วการทำงานแบบเชิงป้องกันไม่ให้เกิด Bug นั้น แพงกว่า การทำงานแบบตั้งรับ Bug จริงๆ หรือเปล่า

คำออกตัวก่อนเริ่มพล่าม: ทั้งหมดที่หนูจะพล่ามให้เพื่อนพ้องน้องพี่ได้เสพ มาจากประสบการณ์ของตัวหนูเองนะจ๊ะ

Continue reading ฆ่า Bug หนึ่งตัวต้องใช้เงินกี่บาท?

Good Tester ในมุมมองของฉัน ตอนที่ 2: สื่อสาร

good-tester-communication สวัสดีเช้าวันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ครับ เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย วันนี้มาเข้ามานั่งบ่นต่อเรื่อง Good Tester ตอนที่ 2 ว่ากันด้วยเรื่องของ การสื่อสาร (Communication) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องของการเป็น สิ่งมีชีวิตที่คิดว่าตัวเองมีคุณภาพที่สุดในโลก นามว่า Software Tester 🙂 หนึ่งเรื่องที่เรามักจะมองข้ามไปคือเรื่องของ การสื่อสาร โดยมักจะมองกันแค่เรื่องของการ พูดคุย เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วสำหรับผม คำว่า การสื่อสาร ครอบคลุมไปถึง การพูด การอ่าน การเขียน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกันอย่างแรง หลายต่อหลายครั้งที่เราเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา Software แล้วต้องประสบพบเจอกับเรื่องของการสื่อสารแบบกากๆ ทั้งจากคนอื่นที่ทำงานกับเรา และตัวเราที่ทำงานกับคนอื่นด้วยเช่นกัน Continue reading Good Tester ในมุมมองของฉัน ตอนที่ 2: สื่อสาร

Good Tester ในมุมมองของฉัน ตอนที่ 1

สืบเนื่องจากเวทีเหมารอบรำวง Software Testing เวที 3 ได้เพิ่มเรื่องของ Good Tester เข้าไปเป็นอีก 1 เรื่องที่พูดคุยกัน โดยจากการหาข้อมูล บวกกับประสบการณ์ของตัวเองนั้น เลยสรุปออกมาได้เป็นดังนี้ว่า Good Tester ในมุมมองของฉัน เป็นแบบนี้

Good vs Best

ขอเปิดด้วยเรื่องส่วนตัวก่อนละกันนะ เมื่อหลายๆๆๆๆๆ ปีก่อนผมก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้คำว่า Best เช่น Best Practice โน้นนี่นั่น จนได้ไปเข้าชั้นเรียนฝึกอบรมเพื่อสอบใบ Cer. เรื่อง IT Service Management, ITIL v3. ได้ฟังอาจารย์ผู้สอนพูดถึงเรื่อง Good และ Best โดยตอน ITIL ออก version 2 นั้น เขาเรียกตัว ITIL v2 ว่าเป็น Best Practice แล้วก็มีการออก v3 ตามมาโดยคราวนี้กลับมาเรียกตัวเองว่า Good Practice เพราะ

  • ถ้าเป็น Best แล้วแสดงว่ามันดีที่สุด แบบสุดๆ และไม่ต้องการการการพัฒนาหรือปรับปรุงใดๆ แล้ว
  • ถ้าเป็น Good แสดงว่ายังสามารถพัฒนา และปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีก

จริงๆ แล้วอาจารย์ผู้สอนพูดได้ดีกว่าที่ผมสรุปออกมานะครับ (ต้องขอชี้แจง) หลังจากนั้นใช้แต่คำว่า Good อย่างเดียวเพราะเห็นด้วยกับสิ่งที่ได้รับการสอนมา และมันก็คือเรื่องจริง ดังนั้นผมจึงใช้ Good Tester เสมอ

Continue reading Good Tester ในมุมมองของฉัน ตอนที่ 1

One Team Mindset ตอนที่ 1

the-red-bull-racing-formula-one-team-executes-a-pit-stop_100424632_l
รูปจาก: http://www.motorauthority.com

สวัสดีครับ หลังจากหายหน้าหายตาไปนานจากการเขียน วันนี้มีโอกาสกลับมาจับปากกา (คีย์บอร์ด) อีกครั้งหลังจากที่ได้มีโอกาสเรียนรู้อะไรแปลกๆใหม่ๆมามากขึ้นครับ วันนี้เลยเลือกเรื่องที่คิดว่ามี positive impact ที่สุดจากการลองผิดลองถูกตลอด 3 ปีหลังของชีวิตการทำงานมาเล่าสู่กันฟังครับ (ขออภัยหากจะมีภาษาไทยปนอังกฤษเยอะนะครับ และในที่นี้ QA/Tester ในความหมายเดียวกันนะครับ QA ไม่ได้หมายถึงคนที่ดู process แต่เป็น QA ที่ดู Quality ของ software นะครับ)

ก่อนหน้านี้ จากการสังเกตุตัวเองและคนรอบข้างไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งใดก็ตาม เรามักจะทำงานโดยมีสิ่งที่เรามักจะปกป้องเสมอคือคำว่าตัวเองและทีม Developer มักจะปกป้องตัวเองและทีมโดยมักจะบอกว่า implement code เสร็จแล้วนะ ตอนนี้รอ QA มาเทสอยู่ งานกองรออยู่ที่ QA, QA ยังเทสไม่เสร็จ ยัง live ไม่ได้ซักที ช้าที่ QA เนี่ย
Continue reading One Team Mindset ตอนที่ 1

You can’t stop the waves, but you can learn how to surf

waves-surf

กราบสวัสดีบ่ายวันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556  (-/\-) สืบเนื่องจากเช้าวันนี้เจอภาพนี้บน Timeline ของเพื่อนใน Facebook ผมนั่งมองนิ่งๆ อยู่ 10 วินาที พร้อมกับมีรอยยิ้มบนใบหน้าปลวกๆ ของตัวเอง 555 พร้อมกับ Post ขึ้นไปทั้ง Timeline ของตัวเอง Facebook Group WeLoveBug และ FanPage WeLoveBug (เข้าขั้นบ้า) ดูจากรูปภาพแล้วน่าจะเป็นหน้าบริษัทอะไรสักอย่าง แต่ข้อความบนกระจกมันโดนใจผม 10 วินาทีที่มองอย่างนิ่งๆ ทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างทางของการตั้งทีม Test กระบวนการการทดสอบ (Test Process) รวมทั้งทั้งผลักทั้งดันให้เรื่องของคุณภาพ (Quality) เกิดขึ้นในองค์กรที่ผมเองเคยอยู่ มันวิ่งกลับเข้ามาในสมองทันทีกับประโยค “You can’t stop the waves, but you can learn how to surf

Continue reading You can’t stop the waves, but you can learn how to surf

กว่าจะมาเป็น Test Script (ตอนที่ 1 : Test Analysis)

สวัสดีครับทุกคน วันนี้มีเรื่อง Test Analysis มาฝากครับ

หลายคนคิดว่างาน Testing มันง่าย เขียน Script ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ ผมมีโอกาสได้รวบรวมความคิด ว่ากว่าจะมาเป็น Test Script ที่ดี ข้อเท็จจริงมันต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง วันนี้ขอเริ่มสั้นๆจากหัวข้อ Test Analysis ครับ (ขออนุญาติเขียนในเชิงไม่ทางการละกันครับ)

Test Analysis

  •  คือStep แรก ของการลงมือทำ Test ยิ่งทำเร็วยิ่งดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนเริ่ม dev จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันหลังทีหลังว่านี่มันคือ bug หรือ feature โดย design (คุณคิดว่า dev เค้าจะฟังคุณตอนไหนมากกว่าล่ะ ระหว่างก่อน dev กับหลังจากที่เค้าคิดว่าเค้าทำงานเสร็จไปแล้ว)
  • ประกอบไปด้วยการทำความเข้าใจ requirement, design, change ที่เกิดขึ้นหากเป็นการ enhance ระบบเดิม
  • แต่อย่าเข้าใจผิดว่าTest Analysis การอ่าน spec เฉยๆ
  •  ต่างกันตรงที่ เป็นการอ่านอย่างเชิงรุก และมีเป้าหมายในการอ่านที่ชัดเจน
  •  อ่านในเชิงรุก คือ …

Continue reading กว่าจะมาเป็น Test Script (ตอนที่ 1 : Test Analysis)

Top 10 factors to kill motivation of test team (By ekaluck)

Top 10 factors to kill motivation of test team

 

  1. No spec -> poor spec -> or getting the spec when the software is delivered, no preparation time
  2. Code cutoff/ delivery date is never respected
  3. Poor test environment (infra/PC/network, etc) / lack of support for test tools
  4. Lots of bug reported don’t get fixed (either suspended or rejected) or take forever to fix
  5. Having to repeat the same test manually too frequent
  6. Poor quality of software delivered to tester (as if there is no unit test at all)
  7. Frequent bug resurrection
  8. Unrealistic expectation about test automation
  9. Never get the budget/resources requested for or never been asked for estimates
  10. Product is not challenging and/or doesn’t understand how the product is used in the real world

 

Wrtten by Ekaluck(Oh) : July 20, 2011

 

คิดเอง เออเอง ขอเชิญเม้นท์ เชิญ vote กันตามสบายค้าบ …

มาทำ Daily Report กันเถอะครับ

สวัสดีค่ำคืนวันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2553 เผลอแปีปเดียวก็เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2553 แล้ว ไม่รู้ว่าผมคนเดียวหรือเปล่าที่รู้สึกว่าเวลาเดินทางผ่านไปเร็วมากๆ เข้าเรื่องเลยละกันนะครับ ผมว่าหลายๆ คนคงจะรู้จักคำว่า To-Do’s List และก็ใช้เจ้า To-Do’s List นี้ไม่ว่าจะในเรื่องการทำงาน หรือเรื่องส่วนตัวต่างๆ วันนี้ผมขอมาแย่งปันประสบการณ์ในการทำ To-Do’s List ในรูปแบบของ Daily Report ละกันนะครับ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่ว่าในเรื่องใดๆ รวมทั้งงานของ Software Testing ด้วยเช่นกัน

Continue reading มาทำ Daily Report กันเถอะครับ

Unlocking secret of success in Vietnam (Season Finale)

และแล้วเราก็มาถึงตอนสุดท้ายของ Series Testing in Vietnam ซึ่งเป็นตอนท่ี่ 4 กันจนได้ 🙂

*คำเตือน ข้อความต่อไปนี้เป็นบทวิเคราะห์ที่ผมทำขึ้นโดยเอาข้อมูลมาปะติดปะต่อกันแล้วสรุปเป็นประเด็นหลักที่ผมเชื่อว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ Testing industry ของเวียตนามพัฒนาได้ถึงจุดนี้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*

 

    1. เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง มีเป้าหมายที่ชัดเจน และขยายเป้าใหม่ให้ยิ่งใหญ่

  • หลังจากจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวใน government project ครั้งนั้น เวียตนามก็ตั้งเป้าหมายว่าจะไม่ผิดพลาดซ้ำอีก
  • นอกจากจะไม่ผิดพลาดซ้ำแล้วเวียตนามยังได้ยกระดับเป้าหมายขึ้นไปเป็นภาระกิจแห่งชาติ โดยต้องการจะเป็นหนึ่งในผู้นำในด้าน IT service providerใน region นี้ เค้ามีการ set key indicators and national objective เพื่อการนี้โดยเฉพาะ และได้มีการ draft bill เรื่องวิธีการทำ testing และวิธีการทำ criteria/matrix เพื่อใช้ในการรับมอบ Software อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกันในระดับชาติ เพื่อลดความเสี่ยงที่หน่วยงานอื่นๆในประเทศจะเจอข้อผิดพลาดเดียวกัน (พอเขียนประโยคนี้จบ นึกถึงประเทศตัวเองแล้วมันเจ็บๆคันๆยังไงไม่รู้)

    2.  รู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร และหาคำตอบเริ่มจากจุดนั้น

  • ได้ยินมาว่าในอดีต 80% ของคนในกระทรวง ICT ในเวียตนามไม่ได้จบการศึกษาด้านนี้โดยตรง เมื่อเขามีปัญหาและได้ตระหนักว่าพวกเขาไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ เค้าได้ไปเสาะแสวงหา”ผู้รู้” มาเพื่อช่วยให้ภารกิจนี้บรรลุผล ในที่สุดก็ได้มีการติดต่อ Dr. Jung ซึ่งขณะนั้นยังทำงานอยู่ถึงประเทศ Netherland ให้มาเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล

    3.  ทำงานเป็นทีม : การทำงานที่สอดคล้องกันในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นึกๆดูแล้วก็คล้ายๆ ทีมfootball ที่ประกอบไปด้วย

  • กองหน้า (รัฐบาล) กำหนดทิศทางเชิงรุก บุกเบิก มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงกับกองกลางและกองหลัง เพื่อติดตามผลงานและสนับสนุนทั้งเรื่องเงินและเรื่องการช่วยแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลเป็นคนกำหนดนโยบายของประเทศเพื่อเปิดประตูรับการลงทุนและแหล่งความรู้จากต่างชาติ และยังดูแลผู้ลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเวียตนามเป็นอย่างดียิ่ง ผมได้ยินมาว่ารัฐบาลได้จัดพื้นที่อาศัยพิเศษเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเวียตนาม Satoshi-sanบอกผมว่าเค้าได้ไปเยี่ยมบ้าน Dr. Jung เมื่อปีก่อน เขาบอกว่า area ที่ Dr. Jung อยู่นั้นแตกต่างจาก zone อื่นๆในโฮจิมินต์โดยสิ้นเชิง โดยมีความปลอดภัย ความสะอาด และความทันสมัยแบบตะวันตกอย่างเพียบพร้อม
  • กองกลาง (industry) มีการเปิดบริษัทและจัดหาแรงงาน(ขยัน ราคาถูก)ที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาล ที่สำคัญที่สุดมีการตั้งมาตรฐานคุณภาพการทำงานที่สูงเพื่อเป็นการดึงดูดและmaintainลูกค้าและผู้ลงทุนจากต่างประเทศ ถ้าราคาถูกอย่างเดียวแต่คุณภาพไม่ดีก็ไม่สามารถดึงลูกค้าไว้ได้ Industryยังคอยทำงานใกล้ชิดกับ academic เพื่อคอยfeed requirement ว่า demand ของ human resource ที่ต้องการใน industry เป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะในอาชีพร่วมกันข้ามบริษัท ไม่ว่าจะเป็น training seminar หรือการแปล testing material จากภาษาอื่นเป็นภาษาท้องถิ่น วันนี้ถึงแม้ tester ส่วนใหญ่จะยังภาษาอังกฤษไม่ดี แต่industry ยังสามารถที่จะพอหา test lead หรือ test manager ที่ภาษาอังกฤษดี เพื่อมาปิด gap ในการสื่อสารได้ในระดับหนึ่ง
  • กองหลัง (Academic) มีการเตรียมพร้อมของนักศึกษาเพื่อป้อนให้กับความต้องการของ industry ..
    อย่างที่กล่าวไปใน topic ก่อนหน้านี้ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยหลายแห่งมีสอน software testing และบางแห่งมีสอนมากถึง 3 course และอาจารย์สอนก็ไม่ได้สอนจาก textbook แต่มีประสบการณ์จริง

   4.  Nature ของคนเวียตนาม (สู้อย่างเอาจริงเอาจัง อึด หนักแน่น ไม่ย่อท้อ)

  • หลังจากจบ conference ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวชม Cu Chi tunnel ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่คนเวียตนามอาศัยและเป็นฐานในการต่อสู้กับทหาร American ในช่วงสงครามครั้งที่2 ผมได้ดู video เรื่องราวเห็นความยากลำบากอันยาวนานของพวกเขา และได้ชื่นชม spirit ใจสู้ ไม่ย่อท้อของคนเวียตนามในสมัยนั้นมาก ถึงแม้จะมีสงครามที่โหดร้ายพวกเขายังมีการจดบันทึกการทำยอดว่าใครสามารถทำลาย จำนวนรถถัง เฮลิคอปเตอร์ และชีวิตของทหารอเมริกันได้เท่าไหร่ สถิติที่บันทึกนี้ถูกทำไปใช้เป็นการแจกรางวัลเกียรติยศ ให้แก่ชาวเวียตนามเป็นรายบุคคลที่อุทิศตนเพื่อปกป้องชาติของตัวเอง พวกเขามี nature ที่ต้องการจะต่อสู้เผื่อให้ผ่านพ้นความยากลำบากอยู่ในสายเลือด ผมจะไม่แปลกใจหากว่ามี testerในเวียตนามจำนวนหนึ่งที่เอาหลักการ “การทำยอด(จำนวน)เพื่อเป้าหมาย”ในสมัยสงคราม มาใช้ในการtestเพื่อทำยอด bug ที่เจอ หากมีคนคิดเช่นนี้จริงถึงในประมาณนึง ผมคาดว่าอีกหน่อยเงินเดือนของ tester อาจจะเป็นกึ่ง “Pay per Bug” ก็เป็นได้ ด้วยความหนักเอาเบาสู้ของพวกเขา ทำให้ยิ่งเป็นที่ถูกใจของนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างมาก

    5.  แหล่งพัฒนาความรู้ testing ของคนเวียตนาม

  • ผมถาม Dr. Jung ไปตรงๆว่ามีความรู้ testing ของคนเวียตนามมาจากไหน ถึงจะมีคนเก่งๆอย่างเค้าอยู่แต่ก็คงไม่สามารถถ่ายทอดให้คนเป็นหมื่นๆได้อย่างทั่วถึงแน่ๆ เค้าบอกผมว่าเนื่องจากแรงงานถูกมากและรัฐบาลก็เปิดกว้างให้ต่างชาติเข้ามา จึงมีหลายบริษัทที่เข้ามาลงทุนและยินดีที่ส่งคนเก่งๆมาสอนงานเพื่อเตรียมความพร้อมเพิ่มเติมสำหรับทำงานจริง หากคนเหล่านั้นเป็นคนแบบ Dr. Jung ที่มีใจรัก testing มีมาตรฐานการทำงานสูง และเป็นคนที่แบ่งปัน passion เหล่านั้นให้กับคนอื่นๆ ผมก็ไม่แปลกใจเลยที่คนเวียตนามพัฒนาทักษะความรู้ได้เร็ว นอกจากนี้การมี website www.vietnamesetestingboard.org ก็เป็นแหล่งที่ tester ในเวียตนามเก็บเกี่ยวแบ่งปันความรู้กันอย่างขยันขันแข็ง

    6.  เงินทุนหรือเงินสนับสนุนของเวียตนาม

  • ด้วยความเข้าใจที่ว่าประเทศเราน่าจะมีเงินเยอะกว่าเวียตนาม แต่ดูเหมือนเวียตนามลงทุนโน่นนี่เพื่อขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง (เค้ามี 3G ใช้ตั้งนานแล้ววววว) ผมเลยถาม Dr. Jung อีกว่าเงินเหล่านี้มันมาจากไหนกันแน่ เขาบอกว่าจริงๆแล้วเวียตนามยังถือเป็นประเทศยากจน เลยได้เงินสนับสนุนจากชาติอื่นหรือองค์กรณ์ต่างๆระดับโลกอยู่มาก เช่น world bank .. ญี่ปุ่นเองก็ถือเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทางการเงินให้เวียตนามเช่นกัน

ข้อสรุปส่วนตัวที่ผมได้จาก 6 ข้อนี้คือ…?

Continue reading Unlocking secret of success in Vietnam (Season Finale)

ก้อนกรวด-ก้อนหิน-เม็ดทราย-น้ำ

วันนี้กลับมานั่งเขียน blog อีกครั้ง เพราะได้อ่านบทความหนึ่งจากหนังสือ (ชื่อไรจำไม่ได้แล้ว) ตอนบ่ายนี้ ขณะทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล ก็เลยขอหน้าของบทความนั้นมาจากหมอกาบภาพบำบัด เจ้าของบทความนี้ตั้งชื่อไว้ว่า คิดแบบขงเบ้ง ซึ่ง ขงเบ้งได้เปรียบเทียบขีดความสามารถของคนเราในช่วงเวลาหนึ่งเป็นเหมือน ถังเหล็ก และแบ่งอยกลักษณะของงานต่างๆ ออกเป็นสี่อย่างคือ ก้อนกรวด ก้อนหิน เม็ดทราย และ น้ำ ผมก็เลยหยิบ ก้อนกรวด ก้อนหิน เม็ดทราย และ น้ำ มาเป็น ชื่อบทความของ blog ในวันนี้ครับ

ผมขออนุญาติคัดลอกบทความของผู้เขียนที่ใช้นามปากกาว่า DEAROLE มาเผบแพร่ให้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ดังนี้ครับ

Continue reading ก้อนกรวด-ก้อนหิน-เม็ดทราย-น้ำ