10 หลักปฏิบัติของ Agile Tester ที่ไม่ใช้ Agile ก็นำไปทำได้ ตอน ใช้การสื่อสารแบบตัวเป็นๆ เห็นหน้า เห็นตา

Enable-Face-to-Face-Communication

 

สำหรับผมหนึ่งในปัญหาอันดับต้นๆ ของการพัฒนาซอฟต์แวร์และรวมทั้งการทำงานต่างๆ คือ เรื่องของการสื่อสารของสมาชิกของทีมทำงาน ซึ่งผมก็เชื่อว่ามีการปรับปรุงวิธีการ รูปแบบ และกระบวนทางของการสื่อสารให้ดีขึ้นโดยเราจะเจอคำว่า Face-to-Face ซึ่งเรื่องของการสื่อสารแบบนี้เป็นหลักการเบื้องหลังคำแถลงอุดมการณ์แห่งแอจไจล์

The most efficient and effective method of conveying information to and within a development team is face-to-face conversation.

วิธีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการถ่ายทอดข้อมูลต่างๆไปสู่ทีมพัฒนาและภายในทีมพัฒนาเองคือการพูดคุยแบบซึ่งหน้า

จาก 10 หลักปฏิบัติของ Agile Tester นั้นเรื่องของ Face-to-Face ก็ยังเป็นเรื่องที่ถูกหยิบขึ้นมาให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน

รูปแบบของการสื่อสารและสิ่งที่ได้

ภาพนี้จากชั้นเรียน CSPO (Certified Scrum Product Owner) อธิบายถึง 4 รูปแบบของการสื่อสาร ผมจำชื่อแกน X และ Y ไม่ได้ แต่ก็ขอสรุปออกมาแบบนี้

  • เอกสาร (Document) เป็นการสื่อสารที่แย่ที่สุด เพราะเป็นการสื่อสารทางเดียว
  • อีเมล (Email) ดีขึ้นมานิดนึงเพราะยังสามารถโต้ตอบไปมาได้
  • ตัวเป็นๆ เห็นหน้า เห็นตา (Face-to-Face) เป็นการสื่อสารที่ดีขึ้นมาเยอะกว่าสองแบบแรก เพราะได้พูดคุยกันไปมา
  • ตัวเป็นๆ เห็นหน้า เห็นตา (Face-to-Face) ร่วมกับขีดเขียนวาดภาพสิ่งที่คุยกัน เป็นการสื่อสารที่ได้ผลดีที่สุดใน 4 รูปแบบนี้

ดังนั้นเรื่องแรกที่เราจะต้องสนใจก็คือ ปรับวิธีการสื่อสารให้มาเป็นแบบ ตัวเป็นๆ เห็นหน้า เห็นตา (Face-to-Face) ร่วมกับขีดเขียนวาดภาพสิ่งที่คุยกัน นะจ๊ะ ผมเชื่อว่าห้องประชุมหลายๆ ที่จะมีกระดาน Whiteboard หรือกระดาษ Flipchart แต่ถ้าไม่มีก็ใช้กระดาษ A4 นี่แหละครับ ทั้งแบบใหม่ๆ หรือแบบ Recycle สรุปออกมาเป้นภาพเพื่อที่ทุกๆ คนจะได้เห็นภาพตรงกัน

พลังของเลขสาม

พลังของเลขสาม ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้กับบทความตอน Power of Three ลองตามกลับไปอ่านดูได้ และครั้งนี้ขอสรุปออกมาดังนี้

จากประสบการณ์ของตัวเอง สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในกลุ่มของ IT ไม่ว่าจะเป็น Analyst เอย Programmer เอย Developer เอย ส่วนใหญ่จะมีความสามารถในการพูดจาอธิบายให้สิ่งมีชีวิตประเภทอื่นฟังได้รู้เรื่อง เนื่องจากภาษาที่ใช้จะเป็นคนละภาษา ยกตัวอย่างเช่น ภาษา IT กับ ภาษา Marketing เป็นต้น เลยทำให้เมื่อใดที่สองสิ่งมีชีวิตมาอยู่ในห้องเดียวกันก็จะมีปัญหาเรื่องการพูดคุยในหัวข้อเดียวกันแต่ใช้คนละภาษา

แต่ แต่ ใช่ว่า Tester จะไม่เป็นนะจ๊ะ

ดังนั้น Tester จะต้องทำหน้าที่เหมือนวุ้นแปลภาษาของโดเรม่อน เพื่อช่วยเชื่อมโยงสิ่งมีชีวิตทั้งสองกลุ่มให้อยู่บนเรื่องเดียวกัน

ซึ่งขอแนะนำให้ใช้ ตัวเป็นๆ เห็นหน้า เห็นตา (Face-to-Face) ร่วมกับขีดเขียนวาดภาพสิ่งที่คุยกัน

นอกจากจะเป็นวุ้นแปลภาษาแล้วนั้น Tester เองต้องมีมุมมองและรู้เรื่องรู้ราวของ

  • ฝั่งทีมพัฒนาว่าเป็นอย่างไร มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
  • ฝั่งลูกค้าหรือมุมมองทางธุรกิจก็ต้องเข้าใจด้วยเช่นกัน

เพื่อช่วยในการแปลความต่างๆ จากฝั่งเทคนิคไปเป็นภาษามนุษย์ และแปลงภาษามนุษย์ไปเป็นภาษาเทคนิค

ทำอย่างไร?

หากในห้องประชุมมีกระดาน Whiteboard หรือ Flipchart

Tester ลุกขึ้นมาจับปากกาแล้วก็ขีดๆ เขียนๆ ภาพ Flow หรือ Diagram หรือ อะไรที่ทีมทำงานคุยกันแล้วรู้เรื่องไปในทางเดียวกันได้มากที่สุด การทำงานต่างๆ ที่

  • พูดคุยกันไปมา วาดออกมาเป็น ภาพ
  • ตัวอักษรที่อยู่ในกระดาษ วาดออกมาเป็น ภาพ

และใช้อุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติมเช่น

  • ปากกาหลายๆ สี
  • Post-it
  • กระดาษกาว

เพื่อให้ทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องอละอยู่ในวงสนทนานั้นได้ เห็นภาพตรงกัน

สร้างตัวอย่างของแต่ละกรณีการใช้งาน

อย่างที่เคยพูดถึงไปแล้วในตอน 10 หลักปฏิบัติของ Agile Tester ที่ไม่ใช้ Agile ก็นำไปทำได้ ตอน เน้นช่วยส่งมอบซอฟต์แวร์ที่ทำงานได้จริงก่อนเสมอ ถึงเทคนิคที่ชื่อว่า Spectification by Example ก็ยังคงต้องนำกลับมาใช้ในประชุมหรือวงสนทนานี้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้ตัวอย่างของข้อมูล ซึ่งส่วนใหญ่จะสอดคล้องกับกรณีการใช้งาน ขอยกตัวอย่างง่ายๆ

โจทย์: หาว่าในคนหนึ่งคน ณ อายุปัจจุบัน จะมีวันเสาร์อาทิตย์เหลืออีกกี่วันจนถึงวันตาย?

กำหนดว่า: อายุเฉลี่ยของผู้ชายคือ 60 ปี และอายุเฉลี่ยของผู้หญิงคือ 70 ปี

สูตรการคำนวณ: (อายุเฉลี่ยของแต่ละเพศ – อายุปัจจุบัน) x 52 สัปดาห์ x 2วัน = จำนวนวันเสาร์อาทิตย์ที่เหลืออยู่ตลอดทั้งชีวิต

สมมุติว่าสามบรรทัดบนนั้นคือความต้องการที่ลูกค้าอยากจะได้ให้ช่วยสร้างซอฟต์แวร์เพื่อคำนวณ Tester จะลุกขึ้นไปที่กระดาน Whiteboard หรือกระดาน Flipchart หรือก็หยิบกระดาษมาเขียนออกเป็นตารางตัวอย่างขอมูลดังนี้

กรณีชื่อเพศอายุวันหยุดที่เหลืออยู่
เพศชายหนุ่มชาย382,288
เพศชายอายุต่างกันปุ๋ยชาย352,600
เพศหญิงชะเอมหญิง254,680
เพศหญิงอายุต่างกันมุกหญิง402,080

Tester เขียนตารางนี้และแสดงให้ทุกๆ คนเห็น พร้อมทั้งอธิบาย แใช้เป็นข้อตกลงในการทำงานและ/หรือตรวจรับ
ถ้ามองดีๆ ตัวอย่างในแต่ละแถวนั้นมันคือ ข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบ และผลการทดสอบที่คาดหวัง นะจ๊ะ

สรุป

Tester เองต้องทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงสิ่งมีชีวิตสองเผ่า(เป็นอย่างน้อย) เพื่อให้พูดคุยในภาษเดียวกัน และเห็นภาพเดียวกัน ดังนั้นแนะนำให้ใช้การสรุปเรื่องราวต่างๆ ที่พูดคุยลงบน กระดาน Whiteboard กระดาษ Flipchart หรือกระดาษ เป็นต้น เพื่อให้ทุกๆ คนได้เห้นภาพเดียวกัน และช่วยใส่เรื่องของตัวอย่างข้อมูลของแต่ละเงื่อนไขของความต้องการนั้นๆ ออกมาในรูปแบบของตาราง

ดังนั้นจงทำงานเชิงลุก ลุกจากเก้าอี้ ไปจับปากกา และลงมือขีดๆ เขียนๆ

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 21:43น.
หลักสี่  กรุงเทพมหานคร

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *